การ calibrate แบตเตอรี่ Macbook


Macbook รุ่นต่างๆ ถูกออกแบบให้มีโปรเซสเซอร์แบตเตอรี่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หนึ่งการทำงานที่สำคัญของโปรเซสเซอร์แบตเตอรี่คือ การประมาณอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เหลือโดยวิเคราะห์จากสถานะปัจจุบันของการชาร์จแบตเตอรี่จากอัตราการใช้กำลังไฟ การ calibrate แบตเตอรี่ช่วยให้โปรเซสเซอร์แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพในการวัดพลังงานแบตเตอรี่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ควรทำการ Calibrate แบตเตอรี่ Macbook ได้เมื่อไหร่
เมื่อคุณซื้อ Macbook มา คุณควรทำการ calibrate แบตเตอรี่ในระหว่างวันแรกที่ใช้งาน แต่แน่นอนว่าเราจะจบมันลงด้วยการเล่นอย่างเพลิดเพลินจนลืมการ calibrate ไป ซึ่งมันก็ไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับแบตเตอรี่หากคุณลืมที่จะ calibrate แต่นั่นหมายถึงคุณไม่ได้รับข้อมูลที่ดีที่สุดจากการแสดงผลพลังงานของแบตเตอรี่ เพราะเมื่อได้ทำการ calibrate แบตเตอรี่จะทำให้ตัวบ่งชี้สถานะแบตเตอรี่แม่นยำมากขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปแบตเตอรี่จะมีการสะสมการชาร์จ มีประจุไฟฟ้าขณะชาร์จและหลังชาร์จ ทำให้ตัวแสดงผลแบตเตอรี่มีความไม่คงที่ โดยทาง Apple เองได้แนะนำว่าควรทำการ calibrate แบตเตอรี่ทุก 3 เดือน แต่เวลาที่เหมาะสมที่สุดน่าจะขึ้นอยู่กับการเปิดใช้งาน Macbook เช่นทุก 2 เดือนแล้วแต่ความถี่ของการใช้งานในแต่ละบุคคล หรือประมาณ 4 ครั้งต่อปี เป็นต้น
วิธีการ Calibrate แบตเตอรี่ Macbook
• ทำการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม ซึ่งดูได้จากอะแดปเตอร์ของสายชาร์จว่าเปลี่ยนเป็นสีเขียวและบนหน้าจอแสดงผลว่าเต็มแล้ว
• เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว ปล่อยให้ Macbook ต่อกับอะแดปเตอร์ชาร์จต่อไปอีก 2 ชั่วโมง คุณสามารถใช้งานระหว่างนี้ได้แต่ต้องแน่ใจว่าเสียบอะแดปเตอร์ไฟเรียบร้อย
• หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมงให้ถอดปลั๊กอะแดปเตอร์ออก ให้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ให้หมด
• ใช้งานต่อไปเรื่อยๆ หากมีงานก็เซฟงานขณะที่เครื่องแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ และใช้ไปจนกว่าเครื่องจะเข้าสู่โหมดสลีป ปิดเครื่อง
• รออย่างน้อยประมาณ 5 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นก็ได้ ต่อแปเตอร์ชาร์จไฟแบตเตอรี่ให้เต็ม แบตเตอรี่ของจะได้รับการปรับเทียบอย่างสมบูรณ์ และตัวประมวลผลแบตเตอรีภายในจะแสดงผลแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง