วิธีการดูแลสมาร์ทโฟนและโน้ตบุคไม่ให้ร้อนเกินไป


ความร้อนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เครื่องมือสื่อสารเกิดความเสียหาย เมื่อแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานมากขึ้น ทำให้มีความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่ออุณหภูมิสูงเกินไปทำให้ฮาร์ดแวร์เกิดความเสียหาย และระบบทำงานแย่ลง สมาร์ทโฟนและโน้ตบุคของคุณเกิดปัญหานี้หรือไม่? และจะจัดการได้อย่างไร
• ดูว่าสมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุคอยู่ในอุณหภูมิไหน
แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่เครื่องมือสื่อสารของเราจะมีความร้อน เนื่องจากการทำงานของแบตเตอรี่ แต่อย่างไรก็ตามความร้อนนี้ก็มีข้อจำกัด โน้ตบุคโดยทั่วไปจะทำงานได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 50C? หากความร้อนเกินนี้จะส่งผลให้ฮาร์ดแวร์ทำงานผิดปกติหรือเครื่องดับไปได้เลย สำหรับสมาร์ทโฟนบางรุ่นมีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิในตัว เมื่อแบตเตอรี่ร้อนเกินไปก็จะตัดการทำงานได้ทันที รวมทั้ง iPhone สามารถทำงานได้ดีที่อุณหภูมิ 16-22?C และ Macbook สามารถทำงานได้ไม่เกิน 10-35?C
• เก็บสมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุคให้พ้นจากความร้อนและแสงแดด
คงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับโทรศัพท์ระเบิดในรถมาบ้าง เพราะการทิ้งมือถือไว้ในรถที่ปิดสนิทและกลางแดดแจ้ง ยิ่งอากาศประเทศไทยยิ่งมีความเสี่ยง จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเก็บเครื่องมือเหล่านั้นพ้นจากความร้อนแล้ว
• รอให้เครื่องเย็นลงก่อนจึงใช้งาน
เป็นทางออกที่ต้องใช้ความอดทนสักหน่อย เพราะการดันทุรังเล่นมือถือหรือโน้ตบุคทั้งที่เครื่องร้อนก็ยิ่งเพิ่มปัญหาให้กับเครื่อง แถมเครื่องก็ทำงานช้าลงอีกด้วย ดังนั้นควรรอให้เครื่องเย็นลงก่อน รวมทั้งถอดเคสเพื่อช่วยระบายความร้อนด้วยก็ได้
• ปิดแอพลิเคชันที่ใช้แบตเตอรี่มาก
นอกจากปิดแอพลิเคชันที่ใช้พลังงานมากแล้ว ควรปิดการเชื่อมต่อ 3G 4G รวมทั้งการลดความสว่างหน้าจอเพื่อช่วยให้แบตเตอรี่ไม่ทำงานหนัก หรือเข้าสู่โหมดเครื่องบินและโหมดประหยัดพลังงานเพื่อช่วยให้แบตเตอรี่เย็นตัวลง
• ใช้พัดลงระบายความร้อน
สำหรับโน้ตบุคเป็นการลงทุนที่ดีที่จะซื้อพัดลงระบายความร้อน เพื่อช่วยให้ระบายความร้อนโน้ตบุคได้ดีขึ้น
• ปิดการใช้งาน
เมื่อเครื่องร้อนมากๆและคุณรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการทำงานก็ควรปิดเครื่อง เพื่อให้เครื่องได้พักผ่อน เครื่องมือบางรุ่นก็ปิดตัวเอง ดังนั้นการปิดเครื่องจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อรอให้เครื่องได้เย็นตัวลง อีกประมาณ15นาทีค่อยเปิดใหม่