Monthly Archives: January 2011

ลิ้นจี่ ผลไม้ต้านโรค

ลิ้นจี่ ผลไม้ต้านโรค
ลิ้นจี่ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่สาวๆ ก็สามารถหาทานได้ง่าย เพราะ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีปลูกในประเทศไทย ซึ่งแหล่งเพาะปลูกมีอยู่ที่ภาคเหนือปริมาณมาก สายพันธุ์ของลิ้นจี่ที่นิยม ได้แก่ สายพันธุ์จักรพรรดิ กิมเจ็ง และ พันธุ์ฮงฮวย ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานถูกปากถูกใจของสาวๆ หลายคน เมื่อได้ทานจะรู้สึกสดชื่น และอารมณ์ดี
ในลิ้นจี่อุดมไปด้วยสารอาหาร ไม่ว่าจะวิตามินบี 1 บี 2 หรือแร่ธาตุต่างๆ แถมยังประโยชน์อีกมากมาย ดังนี้
1. เนื้อลิ้นจี่ มีสรรพคุณช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารที่ไม่ปกติ สามารถช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องเดิน และช่วยบำรุงม้ามอีกด้วย
2. เปลือกของลิ้นจี่ เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มชา มีส่วนในรักษาอาการหวัด อาการคัดจมูก แก้อาการไอเรื้อรัง รักษาอาการติดเชื้อในลำคอ การติดเชื้อไวรัส และช่วยรักษาอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
3. ในลิ้นจี่ มี “สารโพลีฟีนอล” จำนวนมากเป็นอันดับสองรองจาก สตรอวเบอร์รี่ แล้วยังมีมากกว่าองุ่นถึงร้อยละ 15 ซึ่งสารนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็งเต้านมให้กับคุณผู้หญิง และช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยนะ
นอกจากการทานลิ้นจี่แบบสดๆ แล้ว ยังมีการนำไปอบแห้ง และแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง เป็นการเพิ่มมูลค่าเพื่อนำส่งออก และเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และง่ายแก่การรับประทานอีกด้วย
รู้ประโยชน์ของลิ้นจี่แล้ว แบบนี้สาวๆ ต้องลองมาทานลิ้นจี่กันบ้างนะคะ แต่ควรในปริมาณที่พอเหมาะ หากทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ และควรเลือกทานผลไม้ที่หลากหลายมิฉะนั้นจะเกิดอาการที่กล่าวไว้นะจ๊ะ

มะขามกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ

มะขามกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ
มะขาม เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วยังเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพตัวจริงเลยก็ว่าได้ เพราะ มะขามมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว ลักษณะของมะขามจะเป็นฝักอ่อนๆ เนื้อมะขามมีสีน้ำตาล รสชาติมีทั้งแบบเปรี้ยวและหวานขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์
มะขาม อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็กที่ช่วยการสร้างเม็ดเลือด มีวิตามินซีช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งใบมะขามยังใช้เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง และช่วยขับลมในลำไส้ นอกจากนี้เปลือกของมะขามยังช่วยรักษาแผลสด แผลไฟไหม้ และแผลเบาหวาน ได้อีกด้วย
สาวๆ หลายคนจะชอบทานมะขามเปียกหรือมะขามอ่อนจิ้มทานกับเกลือ นอกจากการทานแบบนี้แล้ว มะขามยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอาหารได้ เช่น 1. แกงส้ม น้ำแกงจะใช้มะขามเป็นน้ำปรุงรส 2. ส้มตำ ใช้น้ำมะขามแทนน้ำมะนาว 3. กุ้งทอดซอสมะขาม นำเนื้อมะขามมาเคี้ยวปรุงรสแล้วใช้ราดบนกุ้งทอด และ 4.ใช้ทำน้ำพริกมะขามทานคู่กับผักสด เป็นต้น
เราพูดถึงความสวยจากภายในด้วยการทานไปแล้ว วันนี้เรามีวิธีบำรุงผิวพรรณภายนอกด้วยมะขามมาฝากสาวๆ ดังนี้ นำมะขามเปียกผสมน้ำอุ่นและนมสด มาถูตัวเบาๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออก สูตรนี้จะเหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาข้อศอก หรือหัวเข่าดำ เพราะ มะขามจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยกำจัดแบคทีเรียบนผิว สามารถรักษาผดผื่นได้ และสูตรสำหรับผิวหน้า ใช้มะขามผสมกับดินสอพอง พอกทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นล้างออก วิธีนี้จะช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใส แต่ขอเตือนสาวๆ ไว้ว่า มะขามมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถ้ารู้สึกแสบหน้าควรล้างออกทันทีนะคะ