Monthly Archives: August 2015

มะปราง ผลไม้มากประโยชน์

มะปราง ผลไม้มากประโยชน์
หลายท่านเกิดข้อสงสัยเวลาที่เดินไปซื้อของที่ตลาด ว่าผลไม้ที่เราจะซื้อนั้น ใช่อย่างที่เราต้องการหรือไม่ อย่างวันนี้เราพาไปทำความรู้จัก เพราะหลายๆท่านยังคงสับสนกันระหว่าง มะปราง กับ มะยงชิด ค่ะ
มะปรางกับมะยงชิดมีข้อแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูวิธีการสังเกตกันค่ะ
– มะปรางจะมีผลขนาดเล็กกว่ามะยงชิด มีเปลือกบางและนิ่ม
– มะปรางบางสายพันธุ์รับประทานแล้วอาจมีอาการคันหรือระคายเคืองคอ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเรารับประทานมะยงชิดกลับไม่มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น
– มะปรางผลดิบจะมีสีเขียวซีดๆ แต่มะยงชิดผลดิบจะมีสีเขียวเข้มๆ
– มะปรางผลสุกมีสีเหลืองอ่อนๆ แต่มะยงชิดจะมีสีเหลืองแกมส้ม
– มะปรางผลดิบจะมีรสมัน แต่มะยงชิดผลดิบจะมีรสเปรี้ยวจัด
– มะปรางผลสุกจะมีรสหวาน แต่มะยงชิดผลที่สุกจะมีรสหวานอมเปรี้ยว
สรรพคุณและประโยชน์หลักๆของมะปรางมีอยู่หลากหลายทีเดียวค่ะ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันค่ะ
– เนื้อมะปรางสุกสีเหลืองน่ารับประทาน มีสารเบตาแคโรทีนสูงติดหนึ่งในสิบของอันดับผลไม้ไทย โดยมะปรางหวาน 100 กรัม มีเบตาแคโรทีนถึง 230 ไมโครกรัม
– ผลมะปรางมีวิตามินซีสูง มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบทั้งในผิวหนังและกระดูก นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการบำรุงสายตาอีกด้วย
– ผลมะปรางมีแคลเซียมสูงช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
– ผลมะปรางประกอบด้วย วิตามินหลากหลายชนิด อาทิ วิตามิน B1, B2, C , ฟอสฟอรัส , ธาตุเหล็ก เป็นต้น

ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวสวย

ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวสวย

พฤติกรรมใดบ้างที่ไม่ส่งผลดีกับผิวแถมยังทำร้ายผิวให้มีสภาพย่ำแย่ไปด้วย ศัตรูตัวร้ายที่แอบมาทำลายผิวพรรณ ที่คุณควรจะหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง ตามมาดูกัน

การนอนดึก
ไม่ว่าใครก็ตามหากนอนไม่พอ ตื่นเช้าขึ้นมาอาจจะอ่อนระโหยโรยแรง ต่อให้แต่งหน้ากลบอย่างไรก็ดูโทรม ตาลึกโหล ไม่สดใส การทำงานของผิวหนังจะเป็นไปตามระบบ คือ กลางวันขับเซลล์ที่หมดอายุ กลางคืนสร้างเสริมอาหารให้แก่ผิวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้น หากตอนกลางคืนพักผ่อนไม่เต็มที่ ก็จะทำให้ผิวหนังไม่ได้รับการบำรุงจากสารอาหารที่ได้มาจากร่างกาย คนที่เข้านอนแต่หัวค่ำก่อน 4 ทุ่ม จะมีผิวพรรณที่สวยกว่าคนที่ชอบนอนดึกดังนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เท่ากับว่าเราให้ผิวได้พักไปด้วย

แสงแดด
แม้แสงแดดจะดีต่อสุขภาพ แต่รังสี UV ก็คือศัตรูตัวการร้ายของผิวหมายเลขหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยย่น ฝ้า และกระ แสงแดดในช่วงไหนก็มีอันตรายต่อผิวทั้งสิ้น ก่อน 9 โมงเช้า รังสียูวีจะยังมีปริมาณเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยๆเพิ่มมากขึ้น ช่วงก่อนและหลังเที่ยงวันจะมีปริมาณมากที่สุด และหลังบ่าย 3 โมงจะค่อยๆ ลดลงอีกครั้ง ฉะนั้นควรจะเลือกทาครีมกันแดดที่มร spf 50 ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

ความเครียด
หลายคนเครียดแล้วเกิด ผิวหนังหมองคล้ำ ไม่มีความเครียด จิตใจเบิกบาน ก็ทำให้ผิวพรรณดูผุดผ่อง สภาพจิตใจก็เกี่ยวข้องกับสภาพความสมดุลของระบบประสาท เมื่ออารมณ์แจ่มใส การทำงานของฮอร์โมนจะส่งผลต่อผิวพรรณ ทำให้ดูเปล่งปลั่ง ตรงกันข้ามเมื่อความเครียดสะสม การไหลเวียนของเลือดเริ่มผิดปกติ ผิวพรรณจึงดูหมองคล้ำ ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น จนเกิดสิว ฝ้า และรอยย่นตามมา

อาหารไม่ถูกหลักอนามัย
หากรับประทานอาหารถูกหลัก ถูกอนามัย ผิวพรรณก็จะได้รับสารอาหารที่ดี การเลือกทานแต่อาหารที่ชอบ ไม่สามารถถนอมผิวพรรณได้ ผิวหนังของเราสร้างจากอาหารที่รับประทานเข้าไป และกลายเป็นสารอาหาร จนสุดท้ายกลายเป็นผิวหนัง ถ้าอาหารที่ได้รับดี ผิวหนังก็จะมีสุขภาพดีตามไปด้วย

การหาครีมบำรุงผิวอย่างเดียว คงจะไม่ได้แล้ว แต่ควรดูแลเรื่องของอาหารการกินและสภาพร่างกายของตัวเองให้ดีตามด้วย

บลูเบอรี่กับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย

บลูเบอรี่กับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย
บลูเบอร์รี่นั้นไม่ใช้ผลไม้ในเมืองไทย แต่ว่าคุณประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะบลูเบอร์รี่นั้นมีวิตามินซีสูง มีส่วยช่วยในโรคหวัด และยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย
บลูเบอร์รี่นั้นมีวิตามินมากมาย รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกาย บลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมร่างการ มีประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็ง รวมไปถึงการรักษาบาดแผล ช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน ไม่ว่าจะเกิดอาการปวดข้อหรือว่าเป็นเก๊าท์ บลูเบอร์รี่ก็จะช่วยบรรเทาอาการ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบของหลอดเลือด ถ้าหากว่าใครเป็นโรคหัวใจแล้วละก็ควรทานอย่างยิ่ง และไม่ใช่ว่าจะช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับโรคหัวใจเท่านั้น บลูเบอร์รี่ยังช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับโรคทางประสาทและสมอง ทำให้เซลล์ประสาทและสมองนั้นสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ทำให้มีความจำที่ดีขึ้น บลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์และรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย และยังช่วยป้องกันริ้วรอยที่เกิดจากความแก่ชรา และในบลูเบอร์รี่ยังมีคลอลาเจนทำให้ผิวพรรณสดใส และข้อมูลที่สำคัญที่สุดก็คือ บลูเบอร์รี่เป็นผลไม่ที่มีสารต่อสารอนุมูลอิสระเยอะที่สุด เยอะกว่าบรรดาผักและผลไม้ทั่วๆไป
บลูเบอร์รี่นั้นมีส่วนช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ในร่างกาย แถมยังได้รู้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารอนุมูลอิสระเยอะกว่าผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ อีกด้วย หากว่าทานบลูเบอร์รี่เยอะๆ ยังจะช่วยป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แถมยังช่วยรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลายไปอีกด้วย