Category: แบตเตอรี่เครื่องมือไอที


ควรถอดแบตเตอรี่โน้ตบุคออกตอนเสียบปลั๊กหรือไม่


หลายคงใช้โน้ตบุคเป็นประจำอยู่แล้ว บางคนก็ใช้โน้ตบุคด้วยการเสียบปลั๊กตลอดเวลา หรือบางคนชอบพกพาไปยังที่ต่างๆที่ไม่มีปลั๊กให้เสียบ ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่าเราควรถอดแบตเตอรี่ออกเมื่อตอนเสียบปลั๊กไฟหรือไม่? ดูเหมือนการถอดแบตเตอรี่ออกอาจช่วยเพิ่มอายุการใช้งานโน้ตบุคมากขึ้น แต่ก็ดูแปลกไปหน่อยที่ต้องมานั่งถอดแบตเตอรี่ในทุกครั้งที่มีการเสียบปลั๊ก
ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากโน้ตบุคเมื่อใด?
การพิจารณาว่าควรถอดแบตเตอรี่ออกเมื่อใดเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งานและความสะดวกของคุณ
วิธีที่ช่วยในการพิจารณาว่าควรถอดแบตเตอรี่ออก อย่างแรกเลยคือ การที่คุณคิดแล้วว่า วันนี้คุณจะเสียบปลั๊กโน้ตบุคทำงานมากกว่า 6 ชั่วโมง และคืนนี้คุณไม่จำเป็นต้องใช้โน้คบุคจนกระทั่งวันรุ่งขึ้น นั่นก็เป็นโอกาสที่ดีที่คุณควรถอดแบตเตอรี่ออก อย่างไรก็ตามหากคุณคิดว่าคุณจำเป็นที่ต้องใช้โน้ตบุคอยู่ และใช้เพียง 1 -2 ชั่วโมง และต้องเปิดมันอีกครั้งแน่ๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถอดแบตเตอรี่ออก เนื่องจากการถอดแบตเตอรี่ออกนั้นต้องทำการปิดเครื่องก่อนถึงจะนำแบตเตอรี่ออกได้ และต้องเปิดบูตเครื่องใหม่ซึ่งดูเหมือนจะเสียเวลาไปสักหน่อย นอกจากนี้หากคุณไม่จำเป็นต้องใช้โน้ตบุคไปอีกสักระยะหนึ่ง หรืออีกประมาณ 2 อาทิตย์ก็ควรนำแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง รวมทั้งคำนึงถึงบรรยากาศในขณะทำงานด้วยว่าจะมีพายุฝนตกที่จะอาจส่งผลให้ไฟฟ้าขัดข้อง ก็ไม่ควรถอดแบตเตอรี่ออก เพราะเมื่อไฟดับการมีแบตเตอรี่ก็ปลอดภัยเพื่อที่จะได้ไม่สูญเสียข้อมูลขณะทำงาน

การถอดแบตเตอรี่มีประโยชน์อย่างไร
การที่เครื่องร้อนจากการชาร์จไฟพร้อมกับแบตเตอรี่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายกับฮาร์ดแวร์ภายใน เนื่องจากความร้อนจากการชาร์จแบตเตอรี่และการใช้เป็นเวลานาน เพราะบางคนอาจเคยสัมผัสความร้อนจากโน้ตบุคที่อาจไม่เป็นผลดีทั้งต่อเครื่องและตัวคุณเอง นอกจากนี้เมื่อมีการเล่นมัติมีเดียต่างๆก็เป็นการเพิ่มความร้อนให้กับเครื่องอีกด้วย ดังนั้นเพื่อลดปัญหาความร้อนของเครื่องได้ก็ควรถอดแบตเตอรี่ออก

ข้อแนะนำสำหรับการดูแลแบตเตอรี่โน้ตบุคคือ ควรชาร์จให้เต็มก่อนจึงควรถอดแบตเตอรี่ออก เก็บไว้ในที่แห้ง การถอดแบตเตอรี่โน้ตบุคออกบ้างเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และไม่ทำให้เครื่องร้อนเกินไป ถ้าหากวันไหนจำเป็นต้องใช้โน้ตบุคนอกบ้านก็ใส่แบตเตอรี่เพื่อใช้แบบพกพาได้

แบตเตอรี่ iPhone และ iPod อยู่ได้นานแค่ไหน


คงจะไม่ดีนักหากแบตเตอรี่ iPhone และ iPod ไม่ทำงาน และทุกๆวันมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์จทั้งใช้ คุณเคยสงสัยมั้ยว่าแบตเตอรี่จะอยู่กับเครื่องของคุณได้นานแค่ไหน และกังวลว่าสักวันหนึ่งจะต้องเสียค่าเปลี่ยนแบตอย่างแน่นอน ทาง Apple เองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าแบตเตอรี่จะหมดอายุเมื่อไหร่เพราะมันขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรา
Battery Charge Cycles
ในทางเทคนิคไม่สามารถวัดอายุขัยของแบตเตอรี่ได้จากการวัดเป็นรายปีได้ อายุขัยของแบตเตอรี่ถูกกำหนดโดยสิ่งที่เรียกว่า charge cycle โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลา ซึ่ง charge cycle คือการใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ครบ 100% เช่น หลังจากชาร์จแบตเตอรี่จนครบ 100% และวันแรกใช้ไป 50% ชาร์จใหม่จนเต็ม วันที่สองใช้ไปอีก 50% นั่นก็คือการใช้ครบ 100% หรือ 1 charge cycle
โดยเครื่องมือสื่อสารของเราจะชาร์จได้ถึง 80% ต้องใช้จำนวน charge cycle มากซึ่งก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสามารถชาร์จได้กี่รอบ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆมากมากเกี่ยวกับการใช้งานในแต่ละวันด้วย ถึงแม้ว่าทางเว็บไซต์ของ Apple จะบอกถึง charge cycle ของ iPod ถึง 400 รอบซึ่งก็ยากที่จะแน่ใจได้ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์
เคล็ดลับการเพิ่มอายุขัยแบตเตอรี่
• อัพเดทระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดของอุปกรณ์ทุกครั้ง ระบบปฏิบัติการใหม่มีคุณสมบัติการจัดการพลังงานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น
• หลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่รุนแรง พยายามหลีกเลี่ยงการปล่อยให้อุปกรณ์ร้อนเกินกว่า 35 ?C หรือเย็นกว่า 0 ?C เนื่องจากอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายได้
• หากมีความร้อนเกินไประหว่างการชาร์จแบตเตอรี่ควรหยุดชาร์จทันที
• ไม่ควรรอให้แบตเตอรี่หมดจึงชาร์จ หากเหลือ 40-50% ก็ควรชาร์จได้

ยืดเวลาแบตเตอรี่ต่อการฟังเพลงของ iPhone


iPhone เป็นเหมือนเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารต่างๆ รวมถึงการให้ความบันเทิงอื่น แน่นอนว่าการดูหนัง ฟังเพลง การดู Youtube ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนมักทำ แต่ในไม่ช้าแบตเตอรี่ก็หมดอย่างรวดเร็ว ต้องคอยชาร์จอยู่ตลอด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะแอพลิเคชันพื้นฐานบางตัวมีการทำงานอยู่ตลอดเวลา ลองทำสิ่งเหล่านี้ที่สามารถทำให้ iPhone เพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ในการเล่นเพลงและวิดีโอได้นานขึ้น
• ฟังเพลงจากที่ดาวน์โหลดมาในเครื่อง (Offline Mode)
หากสามารถทำได้ก็ควรทำ เพราะการสตรีมเพลงจะมีการใช้พลังงานแบตเตอรี่มากกว่าการเล่นเพลงจากเครื่องที่มีการดาวน์โหลดไว้แล้ว ถ้าหากแอพลิเคชันเพลงนั้นมีโหมดออฟไลน์ก็ควรลองทำดู อีกทั้งการเล่นเพลงโดยไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทำให้สูญเสียพลังงานน้อยกว่า
• ตรวจสอบว่าแอพพลิเคชั่นไหนที่ใช้แบตเตอรี่มาก
ให้ลองดูที่เมนูตั้งค่า เพื่อดูเปอร์เซนของแอพลิเคชันไหนที่ใช้พลังงานมากที่สุด แอพลิเคชันที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอาจทำให้แบตเตอรี่หมดลงอย่างรวดเร็วถึงแม้จะไม่ได้ฟังเพลง
• ใช้หูฟังแทนการใช้ลำโพงเครื่อง
แบตเตอรี่จะลดลงเร็วเมื่อมีการใช้ลำโพงจากตัวเครื่อง iPhone เมื่อเทียบกับการใช้หูฟัง
• เปิดความสว่างหน้าจอลดลง
ตัวการสำคัญในการลดลงของแบตเตอรี่คือการใช้พลังงานจากหน้าจอ เมื่อลดความสว่างหน้าจอลงจะช่วยยืดเวลาการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ลง
• ปิดการใช้งาน Bluetooth
หากไม่จำเป็นต้องใช้ Bluetooth ควรปิดการใช้งานเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ได้มากขึ้น
• ปิด WiFi เมื่อฟังเพลงจากเครื่อง
หากคุณดาวน์โหลดเพลงลงในหน่วยความจำเครื่องแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิด WiFi หากไม่จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตจึงควรปิดไว้ชั่วคราว
• ปิดการใช้งาน AirDrop
AirDrop เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยในการแชร์ไฟล์ต่างๆ รวมถึงไฟล์เพลง ที่ใช้แบตเตอรี่มากในการทำงานของมัน
• ดาวน์โหลดวิดีโอมาดูดีกว่าดูผ่านออนไลน์
หากคุณสามารถดาวน์โหลดหนังมาดูได้ก็ควรทำดีกว่าการดูผ่านออนไลน์ที่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่ลงอย่างรวดเร็ว
• ปิดการใช้ Music Equalizer
คุณลักษณะนี้ช่วยให้เพลงที่เล่นสนุกน่าฟังมากขึ้น แต่ต้องแลกกับการทำงานหนักของ CPU ที่กินแบตเตอรี่มาก
• Disable iCloud
Apple สร้าง iCloud มาเพื่อช่วยในการทำงานที่ดีขึ้น หากปิดการใช้งานบริการอัตโนมัติเหล่านี้ จะช่วยประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น