5 วิธีดูแลสุขภาพคุณให้ฟิตก่อนไปทำงาน

5 วิธีดูแลสุขภาพคุณให้ฟิตก่อนไปทำงาน

ชีวิตการทำงานของคนหนุ่มสาวในปัจจุบันต้องแข่งกับเวลาตลอดเวลา ทำให้หลายๆที่มุ่งหวังให้หน้าที่การประสบความสำเร็จ โดยลืมดูแลสุขภาพของตนเอง บทความชิ้นนี้จะนำเสนอ 5 วิธีในการชาร์ตแบตของคุณให้เต็มที่ก่อนออกไปทำงาน และทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นด้วย

1.จงตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพ
ข้อแรกของการดูแลสุขภาพของคุณคือ คุณต้องตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพ โดยอาจมองไปที่หากวันข้างหน้าประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่สุขภาพของคุณทรุดโทรม หรือต้องนำเงินเก็บทั้งหมดมาใช้ในการรักษาตนเอง ผมว่าอย่างนี้คงไม่ดีแน่นอน ดังนั้น จงฟันธงไปเลยตั้งแต่วันนี้ ฉันจะดูแลสุขภาพให้ดีควบคู่ไปกับการทำงานด้วย

2.จัดทำตารางเวลา
จากนั้นจงทำตารางเวลาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หากคุณต้องทำงานจนเย็นมืดแล้ว ผมว่าช่วงเช้านี่ล่ะเหมาะสำหรับการออกกำลังกายแล้ว คุณต้องจัดตารางเวลาอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และเฉลี่ยวันละ 30 นาที จะเป็นการวิ่ง การเล่นโยคะ หรือการปั่นจักรยาน อะไรก็ได้ที่ทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงและมีเหงื่อออก ถ้าคุณตั้งใจสัก 1-2 สัปดาห์ ประสิทธิภพาการทำงานของคุณจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3.ลงมือทำ
ข้อนี้คือเมื่อคุณวางแผนเสร็จแล้ว ก็ขอให้ลงมือทำ บันทึกผลการปฏิบัติตนของคุณไว้ด้วยนะครับ มันช่วยให้เรามีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้น และง่ายต่อการประเมินตนเองเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละสัปดาห์

4.อาหารเสริมช่วยคุณได้
ทานอาหารเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคุณและการทำงาน อาทิ วิตามินรวม หรือแคลเซียม รวมทั้งน้ำมันปลาด้วย อาหารเสริมเหล่านี้ช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นมาจากภายในเลยทีเดียว

5.ประเมินตนเองทุกสัปดาห์
ข้อสุดท้าย คุณต้องหมั่นประเมินตนเองทุกสัปดาห์ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของคุณเป็นเช่นไร หรืออะไรบ้างที่คุณต้องปรับปรุงเพิ่ม สิ่งใดทำสำเร็จจงให้รางวัลด้วยเช่น ไปดูหนังหรืออื่นๆ

รับรองว่าหากหนุ่มสาววัยทำงาน นำหลักการนี้ปฏิบัติจะต้องกลายเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีตลอดวัยทำงานอย่างแน่นอน

สับปะรด ผลไม้มากประโยชน์

สับปะรด ผลไม้มากประโยชน์
ผลไม้ร้อยตาอย่างสับปะรด เนื้อข้างในสีเหลืองนวล มีรสชาติหวานฉ่ำ สามารถหาทานได้ง่าย มีผลออกตลอดทุกฤดูกาล สายพันธุ์ที่นิยมรับประทานคือ สับปะรดภูแล เพชรบุรี และศรีราชา เป็นต้น
คุณรู้ไหมว่า สับปะรด อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด เช่น วิตามินซี ทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง แถมช่วยลดปัญหาในช่องปาก และยังช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง สามารถสู้กับโรคต่างๆ ได้อย่างเช่น โรคความดันโลหิตสูง และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ส่วนเนื้อสับปะรดมีกากใยอาหารปริมาณมาก ช่วยเสริมการดูดซึมของอาหาร จึงทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลในเรื่องของระบบขับถ่าย เหมาะสำหรับคนที่มีอาการท้องผูก และช่วยผู้ที่ขับปัสสาวะยากอีกด้วยคะ
สับปะรดสามารถทานเป็นผลไม้จิ้มกับพริกเกลือ นำไปทำเครื่องดื่ม และขนมหวานอย่างสับปะรดลอยแก้ว หรือนำไปประกอบอาหาร เช่น ผัดเปรี้ยวหวาน แกงหอยแมลงภู่ หมูอบสับปะรด และสลักผัก นอกจากนั้นยังสามารถนำผลไปแปรรูป เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งโดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงามสามารถนำมาขายเป็นของฝากได้ เช่น สับปะรดกวน สับปะรดกระป๋อง เป็นต้น แต่ถ้าเนื้อสับปะรดที่เริ่มนิ่ม แล้วน้ำเหนียวๆ ออกมา แสดงว่าเริ่มเน่า ดังนั้น คุณไม่ควรนำมารับประทาน
สารพัดตาสารพัดประโยชน์อย่างสับปะรด เป็นผลไม้อีกอย่างที่คุณต้องลองรับประทานดู แต่ควรทานในปริมาณพอเหมาะ เพราะ สับปะรดมีฤทธิ์กรดอ่อนๆ หากทานปริมาณมากจะทำให้ท้องเสียได้ และที่สำคัญสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หากดื่มน้ำสับปะรดปริมาณมากเกินไปจะทำให้มดตัวบีบตัวอย่างรุนแรง และเกิดอาการแท้งลูกได้นะคะ

มังคุด ผลไม้เพื่อสุขภาพ

มังคุด ผลไม้เพื่อสุขภาพ
มังคุด มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Mangosteen เป็นผลไม้ไทย และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีแห่งผลไม้ เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยหอมหวาน อีกทั้งยังให้ประโยชน์นานัปการ รวมไปถึงส่วนต่างๆของมังคุด ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆได้อีกด้วย การเลือกรับประทานผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย นั้น เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการปัจจัยหนึ่งเช่นกัน เพราะวิตามิน บางชนิด ไม่ได้มาจากการรับประทานแค่ข้าว หรือ ผัก ยังมีวิตามินอีกหลายชนิดที่อยู่ในผลไม้และจำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย ผลไม้ไทย ราชินีแห่งผลไม้ อย่าง มังคุด ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และที่สำคัญราคา กับคุณประโยชน์ที่ได้รับก็คุ้มค่ามากเช่นกัน ว่าแต่..ประโยชน์ที่ว่า มีอะไรบ้างนะ เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ

1.ในมังคุด มีสารแซนโทน (Xanthone) ในปริมาณมาก นอกจากมังคุดจะหาง่าย เพราะเป็นผลไม้ไทยแล้ว ยังมีสารอาหารชนิดนี้ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อีกทั้งยังชะลอความแก่ ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยอันควร ช่วยลดการอักเสบของบาดแผล และช่วยสมานแผลภายในให้ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

2.มังคุดช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ เพราะเนื่องด้วยมีสารชนิดหนึ่งในมังคุดที่ช่วยชะลอความเหี่ยวย่น และต่อต้านริ้วรอย มังคุดยังมีประโยชน์ด้านช่วยให้ผิวพรรณดูดี มาจากข้างในอีกด้วย แต่สารชนิดที่ช่วยในเรื่องของการชะลอความแก่ชรานั้น ก็มีอยู่มากบริเวณผิวเปลือกมังคุดเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบัน ก็ได้มีการนำเปลือกมังคุด มาทำเป็นสบู่ ครีม จำหน่ายกันในท้องตลาด อย่างแพร่หลาย

3.มังคุด มีประโยชน์ ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น ในเรื่องของการลดระดับน้ำตาล และคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ที่มาของโรคเบาหวาน การรับประทานมังคุดสดบ่อยๆ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลงอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือดให้ทำงานอย่างเป็นปกติ

4.การรับประทาน มังคุด บ่อยครั้ง นอกจากจะทำให้สุขภาพกายดีแล้ว มังคุดยังช่วยในเรื่องสุขภาพจิต เพราะรสชาติ และกลิ่นหอมของมังคุด ที่ทำให้ได้กลิ่นแล้วจะรู้สึกหอมหวนอ่อนๆ ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ปราศจากความตึงเครียด อีกทั้งการรับประทานมังคุดนั้น สามารถดับกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์อีกด้วย ในมังคุดมีวิตามินซี ช่วยในเรื่องของการบำรุงเหงือก และ ฟันให้แข็งแรง และด้านสุขภาพ มังคุดยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้เราปราศจากเชื้อไข้หวัด ระดับต่ำได้อีกด้วยค่ะ

ฝรั่ง ผลไม้เพื่อสุขภาพ

ฝรั่ง ผลไม้เพื่อสุขภาพ
ฝรั่ง มีผลสีเขียวที่ดูน่ารับประทาน แถมรสชาติก็หวาน กรอบอร่อย สามารถหาทานได้ทั่วไปตามท้องตลาด มีผลออกมาให้ทานเกือบทุกฤดู และมีราคาถูก สายพันธุ์ที่นิยมรับประทาน ได้แก่ ฝรั่งกิมจู ฝรั่งแป้นสีทอง และฝรั่งไร้เมล็ด เป็นต้น
ฝรั่ง เป็นที่นิยมรับประทานกันมาก เพราะ เป็นผลไม้ที่รวมคุณประโยชน์มากมาย ได้แก่ สารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยป้องกันหวัด เป็นแหล่งรวมวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีนี้จะสร้างคอลลาเจนที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสเปล่งปลั่ง และเป็นผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่าย กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากผลฝรั่งแล้ว ใบฝรั่งเองก็สามารถช่วยห้ามเลือด และใช้รักษาบาดแผลต่างๆ ได้ เช่น แผลผุพอง แผลที่เป็นหนอง แก้พิษเรื้อรัง หรือใช้ทาแก้ผื่นคัน รักษาอาการน้ำกัดเท้า แล้วยังช่วยในเรื่องของกลิ่นปาก โดยการนำใบฝรั่งสดๆ 3-5 ใบ นำมาเคี้ยวแล้วคายทิ้ง เพียงเท่านี้คุณก็พูดคุยกับคนรอบข้างได้อย่างมั่นใจเลยคะ
ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะลดความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนัก เพราะ เมื่อทานแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน โดยส่วนใหญ่คนจะชอบรับประทานฝรั่งจิ้มกับพริกเกลือ หรือนำไปทานกับสลักผัก แต่ถ้าบางคนไม่ชอบทานฝรั่งสด เราขอแนะนำให้ทำเป็นน้ำฝรั่งแทน โดยนำผลฝรั่งไปล้างน้ำเปล่า แล้วคว้านเม็ดออก จากนั้นนำไปปั่นในเครื่องแยกกากเพียงเท่านี้คุณก็ได้สารอาหารเหมือนกับทานผลฝรั่งสดๆ เลย ซึ่งน้ำฝรั่งนี้สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน รู้อย่างนี้แล้วหันมาทานฝรั่งกันเยอะๆ นะค่ะ

กล้วย ผลไม้มากประโยชน์

กล้วย ผลไม้มากประโยชน์
ผลไม้เพื่อสุขภาพอย่าง “กล้วย” หลายๆ คนนิยมปลูกไว้สวนหลังบ้าน เพราะ ปลูกง่าย แล้วยังสามารถใช้ประโยชน์จากต้นกล้วยได้อีกมากมาย สายพันธุ์ที่หาทานได้ง่าย ได้แก่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก และกล้วยเล็บมือนาง เป็นต้น เรามาดูประโยชน์ของกล้วยกันดีกว่า
1. เป็นตัวช่วยหนึ่งในยามเช้าที่เร่งรีบ เพราะ ในกล้วยมีสารโปรแตสเซียมปริมาณมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในระบบการทำงานของสมอง เช่น ช่วยให้สมองรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิในการทำงาน ลดอาการหงุดหงิดในยามเช้า และช่วงที่คุณผู้หญิงเป็นประจำเดือนได้
2. กล้วยมีเส้นใยและกากอาหารมาก จึงช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ลดกรดในกระเพาะอาหาร และช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้ เพราะในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินที่ช่วยรักษาแผลในกระเพาะของเรา โดยการนำกล้วยน้ำว้าดิบมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด เวลาทานให้ผสมกับน้ำผึ้งครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ทานก่อนอาหาร หรือก่อนเข้านอน
3. เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อเข้าฟิตเนส หรือซื้ออุปกรณ์กีฬาราคาแพง เพียงแค่คุณแทรกกล้วยเข้าไปในแต่ละมื้อ จะทำให้ลดปริมาณอาหารลง แต่สามารถอิ่มท้องได้เท่าเดิมเลย นอกจากลดน้ำหนักแล้วยังช่วยให้ผิงพรรณดูสดใสเปล่งปลั่งอีกด้วย
ถึงกล้วยจะมีหลายสายพันธุ์ แต่ก็อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พวกเราอยากจะชวนพวกคุณให้หันมาทานกล้วยกันเป็นประจำทุกวันนะคะ

ลิ้นจี่ ผลไม้ต้านโรค

ลิ้นจี่ ผลไม้ต้านโรค
ลิ้นจี่ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่สาวๆ ก็สามารถหาทานได้ง่าย เพราะ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีปลูกในประเทศไทย ซึ่งแหล่งเพาะปลูกมีอยู่ที่ภาคเหนือปริมาณมาก สายพันธุ์ของลิ้นจี่ที่นิยม ได้แก่ สายพันธุ์จักรพรรดิ กิมเจ็ง และ พันธุ์ฮงฮวย ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานถูกปากถูกใจของสาวๆ หลายคน เมื่อได้ทานจะรู้สึกสดชื่น และอารมณ์ดี
ในลิ้นจี่อุดมไปด้วยสารอาหาร ไม่ว่าจะวิตามินบี 1 บี 2 หรือแร่ธาตุต่างๆ แถมยังประโยชน์อีกมากมาย ดังนี้
1. เนื้อลิ้นจี่ มีสรรพคุณช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารที่ไม่ปกติ สามารถช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องเดิน และช่วยบำรุงม้ามอีกด้วย
2. เปลือกของลิ้นจี่ เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มชา มีส่วนในรักษาอาการหวัด อาการคัดจมูก แก้อาการไอเรื้อรัง รักษาอาการติดเชื้อในลำคอ การติดเชื้อไวรัส และช่วยรักษาอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
3. ในลิ้นจี่ มี “สารโพลีฟีนอล” จำนวนมากเป็นอันดับสองรองจาก สตรอวเบอร์รี่ แล้วยังมีมากกว่าองุ่นถึงร้อยละ 15 ซึ่งสารนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็งเต้านมให้กับคุณผู้หญิง และช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยนะ
นอกจากการทานลิ้นจี่แบบสดๆ แล้ว ยังมีการนำไปอบแห้ง และแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง เป็นการเพิ่มมูลค่าเพื่อนำส่งออก และเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และง่ายแก่การรับประทานอีกด้วย
รู้ประโยชน์ของลิ้นจี่แล้ว แบบนี้สาวๆ ต้องลองมาทานลิ้นจี่กันบ้างนะคะ แต่ควรในปริมาณที่พอเหมาะ หากทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ และควรเลือกทานผลไม้ที่หลากหลายมิฉะนั้นจะเกิดอาการที่กล่าวไว้นะจ๊ะ

มะขามกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ

มะขามกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ
มะขาม เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วยังเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพตัวจริงเลยก็ว่าได้ เพราะ มะขามมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว ลักษณะของมะขามจะเป็นฝักอ่อนๆ เนื้อมะขามมีสีน้ำตาล รสชาติมีทั้งแบบเปรี้ยวและหวานขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์
มะขาม อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็กที่ช่วยการสร้างเม็ดเลือด มีวิตามินซีช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งใบมะขามยังใช้เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง และช่วยขับลมในลำไส้ นอกจากนี้เปลือกของมะขามยังช่วยรักษาแผลสด แผลไฟไหม้ และแผลเบาหวาน ได้อีกด้วย
สาวๆ หลายคนจะชอบทานมะขามเปียกหรือมะขามอ่อนจิ้มทานกับเกลือ นอกจากการทานแบบนี้แล้ว มะขามยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอาหารได้ เช่น 1. แกงส้ม น้ำแกงจะใช้มะขามเป็นน้ำปรุงรส 2. ส้มตำ ใช้น้ำมะขามแทนน้ำมะนาว 3. กุ้งทอดซอสมะขาม นำเนื้อมะขามมาเคี้ยวปรุงรสแล้วใช้ราดบนกุ้งทอด และ 4.ใช้ทำน้ำพริกมะขามทานคู่กับผักสด เป็นต้น
เราพูดถึงความสวยจากภายในด้วยการทานไปแล้ว วันนี้เรามีวิธีบำรุงผิวพรรณภายนอกด้วยมะขามมาฝากสาวๆ ดังนี้ นำมะขามเปียกผสมน้ำอุ่นและนมสด มาถูตัวเบาๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออก สูตรนี้จะเหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาข้อศอก หรือหัวเข่าดำ เพราะ มะขามจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยกำจัดแบคทีเรียบนผิว สามารถรักษาผดผื่นได้ และสูตรสำหรับผิวหน้า ใช้มะขามผสมกับดินสอพอง พอกทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นล้างออก วิธีนี้จะช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใส แต่ขอเตือนสาวๆ ไว้ว่า มะขามมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถ้ารู้สึกแสบหน้าควรล้างออกทันทีนะคะ

มะยม ผลไม้ต้านโรค

มะยม ผลไม้ต้านโรค
ใครจะคิดว่าผลไม้อย่างมะยมนั้นก็มีประโยชน์ไม่แพ้กับผลไม้ทั่วๆ ไปเลย หลายคนชอบเอามะยมไปดัดแปลงเป็นอาหารหลากหลายรสชาติ ทั้งมะยมดอง มะยมแช่อิ่ม หรือแม้แต่ตำมะยม ใครที่สนใจก็ไปศึกษาข้อมูลของมะยมกับเราเลยดีกว่าค่ะ
ถ้าพูดถึงประโยชน์ของมะยมแล้ว มะยมนั้นมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ สารตัวนี้นั่นเองที่ช่วยให้เราแก่ช้าลงหรือเรียกว่าการช่วยชะลอวัยและก็ช่วยชะลอความเสื่อมต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้แล้วมะยมยังช่วยปรับสมดุลในร่างกายและยังช่วยดับร้อนได้อีกด้วย ประโยชน์ของมมะยมยังไม่หมดแค่นี้ มะยมนั้นยังมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ และยังช่วยบำรุงโลหิต แถมยังช่วยต่อต้านอาการหวัดได้อีกด้วย เพราะมะยมนั้นมีวิตามินซีสูง นอกจากนี้มะยมยังเป็นผลไม้ที่เป็นเหมือนยาระบาย และไม่ใช่แค่ผลมะยมอย่างเดียวนะที่มีประโยชน์ แม้แต่ใบมะยมก็ยังมีประโยชน์ ในใบมะยมนั้นช่วยแก้อาการเบาหวานได้ ช่วยลดความดันโลหิต และที่สำคัญยังช่วยบำรุงประสาทได้อีกด้วย สำหรับใครที่ปวดหัวใบมะยมนั้นช่วยได้ เพราะว่าใบมะยมมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในเรื่องของการปวดหัวได้ ช่วยรักษาอาการอีสุอีใส แถมยังช่วยแก้อาการคันเพียงแค่เอาใบมะยมมาต้มน้ำอาบเท่านั้น และหลายๆ คนยังใช้ยาเขียวในการช่วยรักษา แท้จริงแล้วยาเขียวนั้นก็มีส่วนผสมของใบมะยมอยู่ด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสรรพคุณทั้งหมดของใบและผลมะยม นอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว หลายๆคนชอบรับประทานเพราะว่ามันอร่อย แต่ว่ามะยมก็มีประโยชน์แฝงและก็สรรพคุณมากมายที่ไม่ควรมองข้ามอีกด้วยค่ะ

ส้ม ผลไม้มากประโยชน์

ส้ม ผลไม้มากประโยชน์
ส้มนั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ ใครๆ ก็ต้องรู้จักผลไม่อย่างส้ม เพราะเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินดี แคลเซียม คลอลาเจน และอื่นๆ อีกมากมาย แถมยังมีส่วนช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และที่สำคัญส้มยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
ส้มนั้นเป็นผลไม้ที่สามารถรับประทานได้ทุกช่วงอายุไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม แต่การรับประทานส้มก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไต หรือคนที่กำลังจะลดความอ้วน ก็ควรจะรับประทานอย่างระมัดระวังนะ เพราะว่าส้มนั้นมีน้ำตาลและโพแทสเซียมสูง สำหรับสรรพคุณของส้มนั้นมีด้วยกันเยอะแยะมากมาย ถ้าหากคั้นเป็นน้ำส้มดื่มก็จะช่วยในเรื่องของการให้ความสดชื่นกับร่างกาย ช่วยแก้กระหายได้ด้วย แถมยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระทำให้ไม่แก่เร็ว นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างคลอลาเจน ทำให้ริ้วรอยที่มีลดลงและยังช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้ผิวพรรณสดใส สุขภาพดี ดูมีน้ำมีนวล สำหรับใครที่มีปัญหาทาด้านสายตาแล้วละก็ ส้มก็มีส่วนช่วยบำรุงสายตา และยังป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกได้อีกด้วย ในส้มยังมีแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ หากว่ารับประทานส้มเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเป็นโรคอัมพาตอีกด้วย
ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของส้ม ส้มนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย วิตามินต่างๆ ภายในส้มนั้น ทำให้ผู้ที่รับประทานส้มเป็นประจำ มีร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย

มะเฟืองกับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย

มะเฟืองกับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย
มะเฟืองมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก รวมถึงประเทศไทยด้วย เป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีลักษณะเป็นทรงกระสวย มีกลีบดอก 5 กลีบ เวลาหั่นเป็นชิ้นๆ จะคล้ายรูปดาว ผลมีสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลืองสามารถทานได้ทั้งผลสุกและผลอ่อน
มะเฟืองถือเป็นผลไม้ที่นิยม และก็มีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยเลย เช่น ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยระงับความฟุ้งซ่าน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนไม่หลับ ในส่วนของน้ำมะเฟืองเอง มีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย แก้อาการร้อนใน ขับเสมหะ และช่วยขับปัสสาวะ ทำให้ลดปัญหานิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย
วิธีเลือกทานมะเฟือง สำหรับสาวๆ ที่ชอบทานเปรี้ยวควรเลือกผลสีเขียวอ่อน ชอบทานหวานให้เลือกผลสีออกเหลืองๆ แต่ถ้าชอบหวานอมเปรี้ยวให้เลือกผลที่สีเหลืองอมเขียว เวลาทานเราสามารถนำมาจิ้มทานกับพริกเกลือได้ แต่โดยส่วนใหญ่คนจะนำมะเฟืองมาทานกับอาหารเป็นเครื่องเคียง เช่น แหนมเนือง ลาบ หรือยำผลไม้ นอกจากนี้ยังนำมาทำเป็นสมุนไพรไทยอย่างเช่น เครื่องสำอาง ซึ่งจะช่วยรักษาฝ้า จุดด่างดำ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใส และยาสระผม ช่วยบำรุงเส้นผมและขจัดรังแกบนศีรษะ เป็นต้น
แต่มีข้อควรระวังในการทานมะเฟือง สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไตหรือจะต้องมีการฟอกไต คนกลุ่มนี้ไม่ควรรับประทานมะเฟืองเด็ดขาด เพราะในมะเฟืองมีกรดออกซาลิกสูง อาจทำให้เกิดผลค้างเขียงและเจ็บป่วยมากขึ้นนะคะ