มะปราง ผลไม้มากประโยชน์

มะปราง ผลไม้มากประโยชน์
หลายท่านเกิดข้อสงสัยเวลาที่เดินไปซื้อของที่ตลาด ว่าผลไม้ที่เราจะซื้อนั้น ใช่อย่างที่เราต้องการหรือไม่ อย่างวันนี้เราพาไปทำความรู้จัก เพราะหลายๆท่านยังคงสับสนกันระหว่าง มะปราง กับ มะยงชิด ค่ะ
มะปรางกับมะยงชิดมีข้อแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูวิธีการสังเกตกันค่ะ
– มะปรางจะมีผลขนาดเล็กกว่ามะยงชิด มีเปลือกบางและนิ่ม
– มะปรางบางสายพันธุ์รับประทานแล้วอาจมีอาการคันหรือระคายเคืองคอ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเรารับประทานมะยงชิดกลับไม่มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น
– มะปรางผลดิบจะมีสีเขียวซีดๆ แต่มะยงชิดผลดิบจะมีสีเขียวเข้มๆ
– มะปรางผลสุกมีสีเหลืองอ่อนๆ แต่มะยงชิดจะมีสีเหลืองแกมส้ม
– มะปรางผลดิบจะมีรสมัน แต่มะยงชิดผลดิบจะมีรสเปรี้ยวจัด
– มะปรางผลสุกจะมีรสหวาน แต่มะยงชิดผลที่สุกจะมีรสหวานอมเปรี้ยว
สรรพคุณและประโยชน์หลักๆของมะปรางมีอยู่หลากหลายทีเดียวค่ะ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันค่ะ
– เนื้อมะปรางสุกสีเหลืองน่ารับประทาน มีสารเบตาแคโรทีนสูงติดหนึ่งในสิบของอันดับผลไม้ไทย โดยมะปรางหวาน 100 กรัม มีเบตาแคโรทีนถึง 230 ไมโครกรัม
– ผลมะปรางมีวิตามินซีสูง มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบทั้งในผิวหนังและกระดูก นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการบำรุงสายตาอีกด้วย
– ผลมะปรางมีแคลเซียมสูงช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
– ผลมะปรางประกอบด้วย วิตามินหลากหลายชนิด อาทิ วิตามิน B1, B2, C , ฟอสฟอรัส , ธาตุเหล็ก เป็นต้น

ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวสวย

ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวสวย

พฤติกรรมใดบ้างที่ไม่ส่งผลดีกับผิวแถมยังทำร้ายผิวให้มีสภาพย่ำแย่ไปด้วย ศัตรูตัวร้ายที่แอบมาทำลายผิวพรรณ ที่คุณควรจะหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง ตามมาดูกัน

การนอนดึก
ไม่ว่าใครก็ตามหากนอนไม่พอ ตื่นเช้าขึ้นมาอาจจะอ่อนระโหยโรยแรง ต่อให้แต่งหน้ากลบอย่างไรก็ดูโทรม ตาลึกโหล ไม่สดใส การทำงานของผิวหนังจะเป็นไปตามระบบ คือ กลางวันขับเซลล์ที่หมดอายุ กลางคืนสร้างเสริมอาหารให้แก่ผิวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้น หากตอนกลางคืนพักผ่อนไม่เต็มที่ ก็จะทำให้ผิวหนังไม่ได้รับการบำรุงจากสารอาหารที่ได้มาจากร่างกาย คนที่เข้านอนแต่หัวค่ำก่อน 4 ทุ่ม จะมีผิวพรรณที่สวยกว่าคนที่ชอบนอนดึกดังนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เท่ากับว่าเราให้ผิวได้พักไปด้วย

แสงแดด
แม้แสงแดดจะดีต่อสุขภาพ แต่รังสี UV ก็คือศัตรูตัวการร้ายของผิวหมายเลขหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยย่น ฝ้า และกระ แสงแดดในช่วงไหนก็มีอันตรายต่อผิวทั้งสิ้น ก่อน 9 โมงเช้า รังสียูวีจะยังมีปริมาณเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยๆเพิ่มมากขึ้น ช่วงก่อนและหลังเที่ยงวันจะมีปริมาณมากที่สุด และหลังบ่าย 3 โมงจะค่อยๆ ลดลงอีกครั้ง ฉะนั้นควรจะเลือกทาครีมกันแดดที่มร spf 50 ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

ความเครียด
หลายคนเครียดแล้วเกิด ผิวหนังหมองคล้ำ ไม่มีความเครียด จิตใจเบิกบาน ก็ทำให้ผิวพรรณดูผุดผ่อง สภาพจิตใจก็เกี่ยวข้องกับสภาพความสมดุลของระบบประสาท เมื่ออารมณ์แจ่มใส การทำงานของฮอร์โมนจะส่งผลต่อผิวพรรณ ทำให้ดูเปล่งปลั่ง ตรงกันข้ามเมื่อความเครียดสะสม การไหลเวียนของเลือดเริ่มผิดปกติ ผิวพรรณจึงดูหมองคล้ำ ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น จนเกิดสิว ฝ้า และรอยย่นตามมา

อาหารไม่ถูกหลักอนามัย
หากรับประทานอาหารถูกหลัก ถูกอนามัย ผิวพรรณก็จะได้รับสารอาหารที่ดี การเลือกทานแต่อาหารที่ชอบ ไม่สามารถถนอมผิวพรรณได้ ผิวหนังของเราสร้างจากอาหารที่รับประทานเข้าไป และกลายเป็นสารอาหาร จนสุดท้ายกลายเป็นผิวหนัง ถ้าอาหารที่ได้รับดี ผิวหนังก็จะมีสุขภาพดีตามไปด้วย

การหาครีมบำรุงผิวอย่างเดียว คงจะไม่ได้แล้ว แต่ควรดูแลเรื่องของอาหารการกินและสภาพร่างกายของตัวเองให้ดีตามด้วย

บลูเบอรี่กับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย

บลูเบอรี่กับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย
บลูเบอร์รี่นั้นไม่ใช้ผลไม้ในเมืองไทย แต่ว่าคุณประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะบลูเบอร์รี่นั้นมีวิตามินซีสูง มีส่วยช่วยในโรคหวัด และยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย
บลูเบอร์รี่นั้นมีวิตามินมากมาย รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกาย บลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมร่างการ มีประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็ง รวมไปถึงการรักษาบาดแผล ช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน ไม่ว่าจะเกิดอาการปวดข้อหรือว่าเป็นเก๊าท์ บลูเบอร์รี่ก็จะช่วยบรรเทาอาการ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบของหลอดเลือด ถ้าหากว่าใครเป็นโรคหัวใจแล้วละก็ควรทานอย่างยิ่ง และไม่ใช่ว่าจะช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับโรคหัวใจเท่านั้น บลูเบอร์รี่ยังช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับโรคทางประสาทและสมอง ทำให้เซลล์ประสาทและสมองนั้นสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ทำให้มีความจำที่ดีขึ้น บลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์และรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย และยังช่วยป้องกันริ้วรอยที่เกิดจากความแก่ชรา และในบลูเบอร์รี่ยังมีคลอลาเจนทำให้ผิวพรรณสดใส และข้อมูลที่สำคัญที่สุดก็คือ บลูเบอร์รี่เป็นผลไม่ที่มีสารต่อสารอนุมูลอิสระเยอะที่สุด เยอะกว่าบรรดาผักและผลไม้ทั่วๆไป
บลูเบอร์รี่นั้นมีส่วนช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ในร่างกาย แถมยังได้รู้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารอนุมูลอิสระเยอะกว่าผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ อีกด้วย หากว่าทานบลูเบอร์รี่เยอะๆ ยังจะช่วยป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แถมยังช่วยรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลายไปอีกด้วย

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับผู้ชาย ที่ชอบออกกำลังกาย

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพด้านโภชนาการสำหรับผู้ชาย ที่ชอบออกกำลังกาย

การออกกำลังถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่คุณผู้ชายทุกคน ควรทำเป็นประจำ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถประกอบกิจการงานต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ยังช่วยให้คุณดูดีจากภายในสู่ภายนอกด้วย และหากคุณต้องการให้ตนเองดูดีจากภายในแล้ว บทความนี้ขอเสนอเคล็ดลับการดูแลสุขภาพด้านโภชนาการง่ายๆ เพื่อให้คุณผู้ชายนำไปปรับใช้กันนะครับ

1.นอนหลับให้เพียงพอ
เริ่มต้นดูแลสุขภาพคุณด้วยการนอนหลับให้ถูกต้องตามหลักทางการแพทย์ นั่นคือคุณควรนอนก่อนเวลา 22.00น. และตื่นในช่วงเวลา 05.00น. แทน การทำแบบนี้ช่วยให้ระบบการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ (ทำในเวลากลางคืน) ได้ทำงานอย่างเต็มที่ รวมทั้งยังเป็นการชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าคุณผู้ชายอีกด้วย

2.ทานแอลคาเนทีนเพิ่มพลัง
คุณควรทานอาหารเสริมอย่างแอลคาเนทีนภายหลังการออกกำลังกายหรือก่อนออกกำลังกายเสมอๆ สารอาหารตัวนี้ช่วยทำให้คุณมีพละกำลังในการออกำลังกายที่นานขึ้น และทำให้คุณรู้สึกสดชื่นตลอดการทำงานทั้งวันของคุณ

3.เน้นโปรตีนคุณภาพ
การออกกำลังกายทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อมีอาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆภายใน ดังนั้นการรับประทานโปรตีนที่มีคุณภาพจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพื่อไปซ่อมแซมส่วนสึกหรอดังกล่าว และยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อให้กับคุณอีกด้วย สำหรับโปรตีนคุณภาพสูงมักมาจากปลาทะเล เช่นปลาทูเป็นต้น หรือคุณอาจเลือกทานโปรตีนสกัดร่วมด้วยกับการออกกำลังกายก็ได้

4.ทานเยลลี่สิ
การทานเยลลี่ภายหลังการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายของคุณได้รับพลังงานทันที ช่วยลดอาการเป็นลมหน้ามืดจากการออกำลังกายได้อย่างได้ผล ยิ่งถ้าคุณเล่นเวทเทรนนิ่งด้วยแล้ว เคล็ดลับข้อนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียว

ลองนำเคล็ดลับ 4 ประการนี้ไปปรับใช้กับการดูแลสุขภาพของคุณผู้ชายดูนะครับ รับรองว่าเพียงแค่ปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้คุณก็จะมีร่างกายและสุขภาพที่ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน

มะตูมกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ

มะตูมกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ
หลายๆท่านคงเคยลิ้มลองน้ำสมุนไพรที่มีให้เลือกอยู่หลากหลาย หนึ่งในนั้นที่ผู้อ่านชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ ก็คือ น้ำมะตูม หลายท่านอาจจะเคยดื่มแต่น้ำมะตูม ดังนั้น ในวันนี้เราจะพาท่านไปทำความรู้จักกับผลมะตูมกันค่ะ
มะตูม มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียโดย ถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะ(สำหรับผู้นับถือศาสนาฮินดู) สำหรับบ้านเรานั้นมีความเชื่อว่าใบมะตูมนั้นสามารถนำมาใช้ป้องกันภูตผีปิศาจ เสนียดจัญไรได้อีกด้วยนะคะ
ลักษณะทั่วๆไปของมะตูมที่สังเกตุได้ง่าย มีดังนี้ค่ะ
ผลมะตูม มีลักษณะคล้ายผลทับทิม ผิวเรียบ เปลือกมีสีเหลืองแก่ หนาและแข็ง
สรรพคุณและประโยชน์หลักๆของมะตูมมีอยู่หลากหลายทีเดียวค่ะ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันค่ะ
– นำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อลดอาการกระหาย โดยสามารถนำไปรวมกับสมุนไพรอื่นๆก็ได้ค่ะ
– ผลมะตูมเมื่อโตเต็มที่แล้ว สามารถนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ นำไปตากแห้งแล้วจึงนำมาคั่วด้วยไฟอ่อนๆให้เหลือง แล้วจึงนำมาต้มรับประทานเพื่อบรรเทาอาการท้องเดิน, ท้องร่วง ตลอดจนโรคลำไส้เรื้อรังในเด็กๆได้อีกด้วย
– ผลมะตูมที่แก่จัดแต่ยังไม่สุกเต็มที่ นิยมนำมาเชื่อมทำเป็นขนมหวาน มีคุณสมบัติในการบำรุงกำลัง ขับลมในช่องท้อง และบำรุงธาตุได้อีกด้วย
– ผลมะตูมที่สุก นิยมนำมารับประทานเพื่อช่วยในการระบายการขับถ่าย รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย
– รากของผลมะตูม มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการหืดหอบ,บรรเทาอาการไอ, ลดไข้, บรรเทาอาการไข้จับสั่น และช่วยขับลมในช่องท้องได้เช่นกัน

4 อาหารผิวที่คุณควรซื้อไว้รับประทาน

4 อาหารผิวที่คุณควรซื้อไว้รับประทาน

ทุกวันๆ เซลล์ผิวของเราจะถูกสร้างจากชั้นในสุดออกมายังด้านนอก และคุณภาพความสมบูรณ์ของเซลล์ผิวนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารที่เราทานเข้าไป ซึ่งอาหารมีผลต่อการเกิดริ้วรอยและผิวที่หย่อนคล้อยโดยตรง… ผิวคุณจะสวยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอาหารผิวนั่นเอง แต่การซื้ออาหารผิวก็ควนจะเลือกให้ดีและเหมาะกับตัวเองที่สุด

1. ผัก ผลไม้
อาหารผิวกลุ่มนี้ ได้แก่ ส้ม มะนาว มะละกอ สตรอเบอร์รี่ บรอคเคอร์รี่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มผัก ผลไม้ ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่จะให้ช่วยร่างกาย ต่อสู้กับมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมได้เต็มที่ นอกจากนี้ การทานผักสดนั้น ร่างกายจะได้รับเอนไซม์ หรือแร่ธาตุวิตามินต่างๆ อาทิ ใน บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ ขึ้นฉ่าย แครอท คะน้า ซึ่งสารอาหารจากอาหารผิวต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ร่างการซึมซับสารอาหารต่างๆได้ดี และกำจัดของเสียได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

2. ผักที่มีเบต้าแคโรทีน
พบได้ในฟักทอง แครอท แตงโม แคนตาลูป มะเขือเทศสุก ฝรั่ง ผักโขม ผักกลุ่มนี้จะมี เบต้าแคโรทีน หรือวิตามินเอ ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิว และซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกแสงแดดทำลาย และช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งผิวหนังด้วย ที่นับเป็นอาหารผิวชั้นดี ซึ่งผักเหล่านี้ถ้าไม่นำมาประกอบอาหาร บางอย่างสามารถนำมาทำเป็นน้ำปั่นเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย

3. วิตามิน
เราสามารถพบอาหารผิวที่มีวิตามินซีมากๆ จากฝรั่ง ส้ม สับปะรด และมะขามป้อม ซึ่งแต่ละชนิดเป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลายได้เป็นอย่างดี

4. กรดไขมันจำเป็นตระกูลโอเมก้า-3
เราสามารถรับอาหารผิวดีๆ กลุ่มนี้ได้จากปลาทู ปลาทะเลทั่วไป สาหร่าย หรือในน้ำมันถั่วเหลือง หากได้สารเหล่านี้ จะทำให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง สามารถเก็บความชุ่มชื่นไว้ในผิวได้ดี ผิวจึงไม่แห้งนั่นเอง

นอกเหนือจากอาหารผิวแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำทำให้มีสุขภาพผิวที่ดี เซลล์ผิวที่สมบูรณ์จะอวบอิ่มไปด้วยน้ำ ซึ่งหมายถึงผิวจะดูสดใส เต่งตึงนั่นเอง เคล็ดลับง่ายๆ นำไปใช้กันได้เพื่อผิวสวยๆ ของคุณนะคะ

สาลี่ ผลไม้มากประโยชน์

สาลี่ ผลไม้มากประโยชน์
สาลี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน แต่ถึงอย่างนั้นสาลี่ก็ต้องมีวิธีการทานเหมือนกัน การที่เราจะทานสาลี่ให้มีประโยชน์มากที่สุดนั้นจะต้องทานในตอนที่เราอิ่มแล้ว และการทานสาลี่ก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียดด้วย ที่สำคัญเลยคือไม่ควรทานสาลี่เกินวันละลูก สำหรับผู้ที่ท้องเดิน ท้องร่วง หรือผู้ที่เพิ่งคลอดนั้นไม่ควรรับประทานสาลี่
ในสาลี่นั้นช่วยในเรื่องของการคลายร้อนหรือเรียกว่าดับร้อนภายในร่างกาย เพราะว่าสาลี่นั้นถ้าพูดตามหลักคือเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น สาลี่ช่วยในการทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย สำหรับใครที่มีความเครียดนั้นยิ่งต้องทานสาลี่เพราะว่าในสาลี่มีส่วนช่วยให้ผูที่มีความเครียดรู้สึกผ่อนคลายหรือมีฤทธ์ช่วยระงับประสาท ทำให้ร่างกายสดชื่น เป็นเหมือนการกระตุ้นจิตใจ ในรสชาติของสาลี่นั้นมีรสชาติหวาน ความหวานของสาลี่จะปรับเป็นน้ำตามทำให้ร่ายกายนั้นนำเอาน้ำตาลจากสาลี่ไปใช้ได้ในทันที ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกหิว เหมาะกับหลายๆ คนที่ต้องการที่จะลดน้ำหนัก ในเรื่องของการบำรุงหัวใจสาลี่ก็มีประโยชน์มากในเรื่องของการฟอกเลือดให้เลือดสะอาด ทำให้หัวใจนำเลือดขึ้นไปทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้สาลี่ยังมีส่วนช่วยในเรื่องโรคโลหิตจางและวัณโรค รวมทั้งยังช่วยบรรเทาอาการไอ เพราะสาลี่เป็นผลไม้ที่ให้ความชุ่นชื้นกับลำคอและปอด ช่วยละลายเสมหะได้อีกด้วย
ในสาลี่เป็นผลไม้ที่ให้คุณประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็ควรทานแต่พอดี เพราะผลไม้ที่ให้คุณก็อาจให้โทษได้ ในสาลี่มีสรรพคุณที่สำคัญทั้งการฟอกเลือกในสะอาด และยังช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นด้วยค่ะ

สุขภาพดีได้ด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

สุขภาพดีได้ด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

การออกกำลังกาย คือหนึ่งกิจกรรมสำหรับผู้รักสุขภาพ และต้องการมีรูปร่างและผิวพรรณที่ดี แต่การเลือกใช้นวัตกรรมบางประการเข้ามาช่วยในการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณสามารถเผาผลาญไขมัน ในเวลาที่น้อยลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย สำหรับแนวทางในการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอนั้น ผู้เขียนจะขอแนะนำอย่างง่ายๆดังต่อไปนี้

1.เข้าใจหลักการง่ายๆของคาร์ดิโอเสียก่อน
หลักการง่ายๆของคาร์ดิโอคือ การทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะวิกฤตแบบเล็กๆ ซึ่งร่างกายจะดึงไขมันออกมาใช้ทันทีเพราะเข้าใจผิดว่าตนเองกำลังจะตาย โดยหลักการคือ ต้องให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ

2.วิธีวิ่งออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
การทำคาร์ดิโอแบบง่ายที่สุดคือ การวิ่งออกำลังกายครับ โดยปกติจะใช้ระยะเวลาประมาณ 20-30 นาที โดยแบ่งการวิ่งออกเป็นรอบสั้นๆคือรอบละ 5 นาที จะใช้การวิ่งแบบเบาๆ จนไปถึงสปีดให้เร็วที่สุดในช่วงนาทีสุดท้าย ทำแบบนี้วนเป็นรอบประมาณ 4 รอบ

3.จำนวนวันและเวลาในการทำคาร์ดิโอ
โดยปกติการทำคาร์ดิโอในช่วงเช้าจะช่วยเผาไขมันได้ง่ายกว่า และดีกว่าในช่วงเย็น สำหรับการทำคาร์ดิโอนั้นควรเริ่มจากสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาทีก่อน เพื่อการเริ่มต้น

4.สามารถทำคาร์ดิโอกับการออกกำลังกายแบบอื่นๆได้หรือไม่
สามารถทำได้ครับ โดยการประยุกต์หลักการที่ได้กล่าวไวข้างต้น คุณก็สามารถประยุกต์ใช้กับการออกกำลังกายแบบอื่นๆเช่น การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำเป็นต้น

ลองศึกษารายละเอียดของแต่ละหัวข้อดูนะครับ จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนารูปแบบและวิธีการในการออกกำลังกายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

6 วิธีดูแลสุขภาพของคุณขณะเจ็บป่วยเพื่อไม่ให้กระทบงานประจำ

6 วิธีดูแลสุขภาพของคุณขณะเจ็บป่วยเพื่อไม่ให้กระทบงานประจำ

ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยได้ แม้คุณจะมีสุขภาพที่ดีและมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณก็อาจป่วยเป็นไข้ได้เสมออย่างน้อยก็ไข้หวัด ดังนั้นเมื่อคุณเจ็บป่วย อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้นมาเรียนรู้เทคนิค 6 ประการที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม่ว่า คุณจะยังป่วยอยู่

1.งดการออกกำลังกาย
อันดับแรกให้งดออกกำลังกายตามตารางไปก่อน คุณไม่จำเป็นต้องมาแสดงพลังความฟิตในช่วงที่ป่วย แต่ถ้าคุณทนไม่ไหวให้เปลี่ยนเป็นการไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแทน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการนอนพักผ่อน

2.พักผ่อนให้เพียงพอ
ภายหลังจากเสร็จงาน ขอให้คุณรีบกลับบ้าน รับประทานอาหารและทานยาให้ตรงเวลา จากนั้นนอนให้เร็วขึ้น คุณควรนอนในเวลา 2 ทุ่มและตื่นในเวลา 6 โมงเช้าแทน การนอนช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างเต็มที่

3.ดื่มน้ำตามมากๆ
ตลอดทั้งวันให้คุณดื่มน้ำมากๆ การทำแบบนี้ช่วยให้ร่างกายได้ระบายความร้อนออกจากร่างกาย และทำให้อาการไข้ของคุณลดลงด้วย

4.ใช้ผ้าปิดปากเมื่อมาทำงาน
จงเห็นใจเพื่อนร่วมงานของคุณ ด้วยการใช้ผ้าปิดปากเสมอ เวลาคุณไปทำงาน อย่าแพร่เชื้อให้คนอื่นๆโดยไม่จำเป็น

5.นั่งทำงานในที่อุณหภูมิปกติ
หากคุณทำงานในห้องปรับอากาศ จงงดและเปลี่ยนเป็นการทำงานในอุณหภูมิห้องปกติเสียก่อน การทำแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถระบายเหงื่อออกมาเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายได้ง่ายขึ้น

6.งดการพูดคุย โดยไม่จำเป็น
ข้อสุดท้าย หากไม่จำเป็นผมขอให้คุณงดการพูดคุยกับคนอื่นๆไปชั่วคราว การพูดใช้พลังงานพอสมควร และคุณไม่ควรใช้พลังงานในช่วงนี้ ดังนั้นเก็บแรงของคุณไว้เพื่อภารกิจอื่นๆดีกว่า

เพียงคุณปฏิบัติตามเทคนิค 6 ประการนี้อย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพในช่วงที่ป่วยให้เป็นไปอย่างปกติได้และไม่กระทบการงานประจำที่ทำด้วย

กลยุทธ์การกินเพื่อสุขภาพผิวที่ดีของคุณ

กลยุทธ์การกินเพื่อสุขภาพผิวที่ดีของคุณ

สาวๆ ส่วนใหญ่ ที่ตอนนี้มักจะหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และยังรวมไปถึงการดูแลหน้าใส เพื่อผิวสวยและสุขภาพดีอีกด้วย ซึ่งเป็นพื้นฐานขั้นตอนที่ง่ายๆไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย โดยเริ่มจากการรับประทานอาหารที่ถูกตามหลักโภชนาการนั่นเอง

ทุกวันนี้เราต้องเจอกับมลภาวะที่เป็นพิษ ทั้งแสงแดดที่แรงกล้า ฝุ่น ควันตามท้องถนน ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบด้านที่ยังส่งผลเสียให้เราอีก หากเราเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาย่อมทำให้เกิดผลเสียต่อผิว และร่างกายเราอย่างแน่นอน แถมยังรวมถึงการไม่มีเวลาดูแลเรื่องอาหารการกิน พักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายมีอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น จึงยิ่งส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

ผิวของคนเราต้องการอาหารผิวในการบำรุง ซ่อมแซมและฟื้นฟู ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีก็คือ “อาหาร” บำรุงผิวและสุขภาพนั่นเอง ซึ่งก็หมายถึงการที่เราได้รับประทานอาหารประเภทผักสด ผลไม้ ที่มีสีส้ม สีเหลือง หรือสีแดง อย่าง แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ แตงโม ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นศัตรูตัวร้าย ของผิวสวยนั่นเอง

เท่านั้นอาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับผิวที่ถูกทำร้ายมา ซึ่งผิวก็ต้องการโปรตีนด้วยเช่นกัน เพราะผิวของคนเราประกอบด้วย “คอลลาเจน” ซึ่งทำหน้าที่ช่วยยึดเกาะ และเป็นส่วนประกอบหลักของผิว ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ ชุ่มชื้นและยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย หากขาด คอลลาเจน ก็อาจทำให้ผิวหนังบางส่วนเกิดรอยเหี่ยวย่นได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ก็สามารถช่วยให้คุณมีหน้าเด็กดูอ่อนเยาว์กว่าวัยได้แล้ว โดยเริ่มจากเลือกสารอาหารที่ผิวเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ ที่ให้วิตามิน เช่นวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีนหรือแคโรทีนอยด์และซีลีเนียม ซึ่งเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ และไปกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเรียบเนียนดีขึ้น

นอกจาก ผัก ผลไม้ ที่เป็นตัวชูโรงแล้ว สาวๆควรจะหันมาลด และดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีผิวที่สวยใส อ่อนกว่าวัยแล้วล่ะ