6 วิธีดูแลสุขภาพของคุณขณะเจ็บป่วยเพื่อไม่ให้กระทบงานประจำ

6 วิธีดูแลสุขภาพของคุณขณะเจ็บป่วยเพื่อไม่ให้กระทบงานประจำ

ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยได้ แม้คุณจะมีสุขภาพที่ดีและมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณก็อาจป่วยเป็นไข้ได้เสมออย่างน้อยก็ไข้หวัด ดังนั้นเมื่อคุณเจ็บป่วย อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้นมาเรียนรู้เทคนิค 6 ประการที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม่ว่า คุณจะยังป่วยอยู่

1.งดการออกกำลังกาย
อันดับแรกให้งดออกกำลังกายตามตารางไปก่อน คุณไม่จำเป็นต้องมาแสดงพลังความฟิตในช่วงที่ป่วย แต่ถ้าคุณทนไม่ไหวให้เปลี่ยนเป็นการไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแทน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการนอนพักผ่อน

2.พักผ่อนให้เพียงพอ
ภายหลังจากเสร็จงาน ขอให้คุณรีบกลับบ้าน รับประทานอาหารและทานยาให้ตรงเวลา จากนั้นนอนให้เร็วขึ้น คุณควรนอนในเวลา 2 ทุ่มและตื่นในเวลา 6 โมงเช้าแทน การนอนช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างเต็มที่

3.ดื่มน้ำตามมากๆ
ตลอดทั้งวันให้คุณดื่มน้ำมากๆ การทำแบบนี้ช่วยให้ร่างกายได้ระบายความร้อนออกจากร่างกาย และทำให้อาการไข้ของคุณลดลงด้วย

4.ใช้ผ้าปิดปากเมื่อมาทำงาน
จงเห็นใจเพื่อนร่วมงานของคุณ ด้วยการใช้ผ้าปิดปากเสมอ เวลาคุณไปทำงาน อย่าแพร่เชื้อให้คนอื่นๆโดยไม่จำเป็น

5.นั่งทำงานในที่อุณหภูมิปกติ
หากคุณทำงานในห้องปรับอากาศ จงงดและเปลี่ยนเป็นการทำงานในอุณหภูมิห้องปกติเสียก่อน การทำแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถระบายเหงื่อออกมาเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายได้ง่ายขึ้น

6.งดการพูดคุย โดยไม่จำเป็น
ข้อสุดท้าย หากไม่จำเป็นผมขอให้คุณงดการพูดคุยกับคนอื่นๆไปชั่วคราว การพูดใช้พลังงานพอสมควร และคุณไม่ควรใช้พลังงานในช่วงนี้ ดังนั้นเก็บแรงของคุณไว้เพื่อภารกิจอื่นๆดีกว่า

เพียงคุณปฏิบัติตามเทคนิค 6 ประการนี้อย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพในช่วงที่ป่วยให้เป็นไปอย่างปกติได้และไม่กระทบการงานประจำที่ทำด้วย

กลยุทธ์การกินเพื่อสุขภาพผิวที่ดีของคุณ

กลยุทธ์การกินเพื่อสุขภาพผิวที่ดีของคุณ

สาวๆ ส่วนใหญ่ ที่ตอนนี้มักจะหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และยังรวมไปถึงการดูแลหน้าใส เพื่อผิวสวยและสุขภาพดีอีกด้วย ซึ่งเป็นพื้นฐานขั้นตอนที่ง่ายๆไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย โดยเริ่มจากการรับประทานอาหารที่ถูกตามหลักโภชนาการนั่นเอง

ทุกวันนี้เราต้องเจอกับมลภาวะที่เป็นพิษ ทั้งแสงแดดที่แรงกล้า ฝุ่น ควันตามท้องถนน ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบด้านที่ยังส่งผลเสียให้เราอีก หากเราเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาย่อมทำให้เกิดผลเสียต่อผิว และร่างกายเราอย่างแน่นอน แถมยังรวมถึงการไม่มีเวลาดูแลเรื่องอาหารการกิน พักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายมีอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น จึงยิ่งส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

ผิวของคนเราต้องการอาหารผิวในการบำรุง ซ่อมแซมและฟื้นฟู ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีก็คือ “อาหาร” บำรุงผิวและสุขภาพนั่นเอง ซึ่งก็หมายถึงการที่เราได้รับประทานอาหารประเภทผักสด ผลไม้ ที่มีสีส้ม สีเหลือง หรือสีแดง อย่าง แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ แตงโม ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นศัตรูตัวร้าย ของผิวสวยนั่นเอง

เท่านั้นอาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับผิวที่ถูกทำร้ายมา ซึ่งผิวก็ต้องการโปรตีนด้วยเช่นกัน เพราะผิวของคนเราประกอบด้วย “คอลลาเจน” ซึ่งทำหน้าที่ช่วยยึดเกาะ และเป็นส่วนประกอบหลักของผิว ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ ชุ่มชื้นและยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย หากขาด คอลลาเจน ก็อาจทำให้ผิวหนังบางส่วนเกิดรอยเหี่ยวย่นได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ก็สามารถช่วยให้คุณมีหน้าเด็กดูอ่อนเยาว์กว่าวัยได้แล้ว โดยเริ่มจากเลือกสารอาหารที่ผิวเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ ที่ให้วิตามิน เช่นวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีนหรือแคโรทีนอยด์และซีลีเนียม ซึ่งเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ และไปกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเรียบเนียนดีขึ้น

นอกจาก ผัก ผลไม้ ที่เป็นตัวชูโรงแล้ว สาวๆควรจะหันมาลด และดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีผิวที่สวยใส อ่อนกว่าวัยแล้วล่ะ

เคล็ดลับการพัฒนาสุขภาพเพื่อเพิ่มทักษะด้านกีฬาให้คุณ

เคล็ดลับการพัฒนาสุขภาพเพื่อเพิ่มทักษะด้านกีฬาให้คุณ

การได้เป็นนักกีฬาที่มีใครๆหลายคนคอยชื่นชมและเชียร์ในความสามารถของคุณ คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจในชีวิต ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ บทความนี้ขอเสนอเคล็ดลับง่ายๆในการพัฒนาสุขภาพโดยรวมของคุณเพื่อความพร้อมในการเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคต

1.เลือกประเภทกีฬาที่คุณชอบ
อันดับแรกขอให้คุณเลือกประเภทกีฬาที่คุณชื่นชอบเสียก่อน อาจจะเป็นกีฬาฟุตบอล หรือกีฬากอล์ฟ อะไรก็ได้ที่คุณชื่นชอบ โปรดเลือกออกมา การเลือกกีฬาที่คุณชอบได้ช่วยให้คุณมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะทางกีฬา

2.เริ่มเล่นเวทเทรนนิ่ง
ฝึกการเล่นเวทเทรนนิ่งซะ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆคน แต่โปรดเชื่อผม เวทเทรนนิ่งช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อของคุณพร้อมในการใช้งาน คุณคงไม่ต้องการเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่มีแขนขาลีบเป็นแน่แท้

3.ทานอาหารเสริมความแข็งแรงของร่างกาย
อาหารเสริมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อนักกีฬาคือ อาหารเสริมประเภทโปรตีน คุณต้องเลือกหามาติดบ้านไว้ เช่นโปรตีนผง เพราะการเล่นกีฬาจะทำให้กล้ามเนื้อของคุณได้รับการบาดเจ็บ และการใช้โปรตีนคือการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอลงไปเหล่านั้น

4.ศึกษาเทคนิคทางกีฬาเสมอๆ
ศึกษาเทคนิคทางกีฬาที่คุณกำลังจะเล่นด้วย อาจลองใช้เว็บอย่าง youtube เป็นเครื่องมือหรืออื่นๆ การหมั่นเติมทักษะข้อนี้ช่วยให้คุณมีองค์ความรู้และทักษะที่ดีอยู่เสมอๆ

5.เป็นสมาชิกชมรมกีฬาของคุณ
ข้อสุดท้าย จงเป็นสมาชิกของทีมกีฬาที่คุณต้องการ เช่นอยากเล่นฟุตบอลก็จงหาทีมกีฬาฟุตบอลใกล้ๆบ้านของคุณ การทำแบบนี้แหล่ะครับจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณก้าวไปเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคต

เพียง 5 ประการนี้คุณจะมีร่างกายและสุขภาพที่พร้อมจะพัฒนาตนเองสู่ความเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคตได้

5 วิธีดูแลสุขภาพคุณให้ฟิตก่อนไปทำงาน

5 วิธีดูแลสุขภาพคุณให้ฟิตก่อนไปทำงาน

ชีวิตการทำงานของคนหนุ่มสาวในปัจจุบันต้องแข่งกับเวลาตลอดเวลา ทำให้หลายๆที่มุ่งหวังให้หน้าที่การประสบความสำเร็จ โดยลืมดูแลสุขภาพของตนเอง บทความชิ้นนี้จะนำเสนอ 5 วิธีในการชาร์ตแบตของคุณให้เต็มที่ก่อนออกไปทำงาน และทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นด้วย

1.จงตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพ
ข้อแรกของการดูแลสุขภาพของคุณคือ คุณต้องตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพ โดยอาจมองไปที่หากวันข้างหน้าประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่สุขภาพของคุณทรุดโทรม หรือต้องนำเงินเก็บทั้งหมดมาใช้ในการรักษาตนเอง ผมว่าอย่างนี้คงไม่ดีแน่นอน ดังนั้น จงฟันธงไปเลยตั้งแต่วันนี้ ฉันจะดูแลสุขภาพให้ดีควบคู่ไปกับการทำงานด้วย

2.จัดทำตารางเวลา
จากนั้นจงทำตารางเวลาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หากคุณต้องทำงานจนเย็นมืดแล้ว ผมว่าช่วงเช้านี่ล่ะเหมาะสำหรับการออกกำลังกายแล้ว คุณต้องจัดตารางเวลาอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และเฉลี่ยวันละ 30 นาที จะเป็นการวิ่ง การเล่นโยคะ หรือการปั่นจักรยาน อะไรก็ได้ที่ทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงและมีเหงื่อออก ถ้าคุณตั้งใจสัก 1-2 สัปดาห์ ประสิทธิภพาการทำงานของคุณจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3.ลงมือทำ
ข้อนี้คือเมื่อคุณวางแผนเสร็จแล้ว ก็ขอให้ลงมือทำ บันทึกผลการปฏิบัติตนของคุณไว้ด้วยนะครับ มันช่วยให้เรามีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้น และง่ายต่อการประเมินตนเองเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละสัปดาห์

4.อาหารเสริมช่วยคุณได้
ทานอาหารเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคุณและการทำงาน อาทิ วิตามินรวม หรือแคลเซียม รวมทั้งน้ำมันปลาด้วย อาหารเสริมเหล่านี้ช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นมาจากภายในเลยทีเดียว

5.ประเมินตนเองทุกสัปดาห์
ข้อสุดท้าย คุณต้องหมั่นประเมินตนเองทุกสัปดาห์ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของคุณเป็นเช่นไร หรืออะไรบ้างที่คุณต้องปรับปรุงเพิ่ม สิ่งใดทำสำเร็จจงให้รางวัลด้วยเช่น ไปดูหนังหรืออื่นๆ

รับรองว่าหากหนุ่มสาววัยทำงาน นำหลักการนี้ปฏิบัติจะต้องกลายเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีตลอดวัยทำงานอย่างแน่นอน

สับปะรด ผลไม้มากประโยชน์

สับปะรด ผลไม้มากประโยชน์
ผลไม้ร้อยตาอย่างสับปะรด เนื้อข้างในสีเหลืองนวล มีรสชาติหวานฉ่ำ สามารถหาทานได้ง่าย มีผลออกตลอดทุกฤดูกาล สายพันธุ์ที่นิยมรับประทานคือ สับปะรดภูแล เพชรบุรี และศรีราชา เป็นต้น
คุณรู้ไหมว่า สับปะรด อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด เช่น วิตามินซี ทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง แถมช่วยลดปัญหาในช่องปาก และยังช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง สามารถสู้กับโรคต่างๆ ได้อย่างเช่น โรคความดันโลหิตสูง และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ส่วนเนื้อสับปะรดมีกากใยอาหารปริมาณมาก ช่วยเสริมการดูดซึมของอาหาร จึงทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลในเรื่องของระบบขับถ่าย เหมาะสำหรับคนที่มีอาการท้องผูก และช่วยผู้ที่ขับปัสสาวะยากอีกด้วยคะ
สับปะรดสามารถทานเป็นผลไม้จิ้มกับพริกเกลือ นำไปทำเครื่องดื่ม และขนมหวานอย่างสับปะรดลอยแก้ว หรือนำไปประกอบอาหาร เช่น ผัดเปรี้ยวหวาน แกงหอยแมลงภู่ หมูอบสับปะรด และสลักผัก นอกจากนั้นยังสามารถนำผลไปแปรรูป เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งโดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงามสามารถนำมาขายเป็นของฝากได้ เช่น สับปะรดกวน สับปะรดกระป๋อง เป็นต้น แต่ถ้าเนื้อสับปะรดที่เริ่มนิ่ม แล้วน้ำเหนียวๆ ออกมา แสดงว่าเริ่มเน่า ดังนั้น คุณไม่ควรนำมารับประทาน
สารพัดตาสารพัดประโยชน์อย่างสับปะรด เป็นผลไม้อีกอย่างที่คุณต้องลองรับประทานดู แต่ควรทานในปริมาณพอเหมาะ เพราะ สับปะรดมีฤทธิ์กรดอ่อนๆ หากทานปริมาณมากจะทำให้ท้องเสียได้ และที่สำคัญสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หากดื่มน้ำสับปะรดปริมาณมากเกินไปจะทำให้มดตัวบีบตัวอย่างรุนแรง และเกิดอาการแท้งลูกได้นะคะ

มังคุด ผลไม้เพื่อสุขภาพ

มังคุด ผลไม้เพื่อสุขภาพ
มังคุด มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Mangosteen เป็นผลไม้ไทย และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีแห่งผลไม้ เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยหอมหวาน อีกทั้งยังให้ประโยชน์นานัปการ รวมไปถึงส่วนต่างๆของมังคุด ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆได้อีกด้วย การเลือกรับประทานผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย นั้น เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการปัจจัยหนึ่งเช่นกัน เพราะวิตามิน บางชนิด ไม่ได้มาจากการรับประทานแค่ข้าว หรือ ผัก ยังมีวิตามินอีกหลายชนิดที่อยู่ในผลไม้และจำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย ผลไม้ไทย ราชินีแห่งผลไม้ อย่าง มังคุด ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และที่สำคัญราคา กับคุณประโยชน์ที่ได้รับก็คุ้มค่ามากเช่นกัน ว่าแต่..ประโยชน์ที่ว่า มีอะไรบ้างนะ เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ

1.ในมังคุด มีสารแซนโทน (Xanthone) ในปริมาณมาก นอกจากมังคุดจะหาง่าย เพราะเป็นผลไม้ไทยแล้ว ยังมีสารอาหารชนิดนี้ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อีกทั้งยังชะลอความแก่ ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยอันควร ช่วยลดการอักเสบของบาดแผล และช่วยสมานแผลภายในให้ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

2.มังคุดช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ เพราะเนื่องด้วยมีสารชนิดหนึ่งในมังคุดที่ช่วยชะลอความเหี่ยวย่น และต่อต้านริ้วรอย มังคุดยังมีประโยชน์ด้านช่วยให้ผิวพรรณดูดี มาจากข้างในอีกด้วย แต่สารชนิดที่ช่วยในเรื่องของการชะลอความแก่ชรานั้น ก็มีอยู่มากบริเวณผิวเปลือกมังคุดเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบัน ก็ได้มีการนำเปลือกมังคุด มาทำเป็นสบู่ ครีม จำหน่ายกันในท้องตลาด อย่างแพร่หลาย

3.มังคุด มีประโยชน์ ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น ในเรื่องของการลดระดับน้ำตาล และคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ที่มาของโรคเบาหวาน การรับประทานมังคุดสดบ่อยๆ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลงอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือดให้ทำงานอย่างเป็นปกติ

4.การรับประทาน มังคุด บ่อยครั้ง นอกจากจะทำให้สุขภาพกายดีแล้ว มังคุดยังช่วยในเรื่องสุขภาพจิต เพราะรสชาติ และกลิ่นหอมของมังคุด ที่ทำให้ได้กลิ่นแล้วจะรู้สึกหอมหวนอ่อนๆ ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ปราศจากความตึงเครียด อีกทั้งการรับประทานมังคุดนั้น สามารถดับกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์อีกด้วย ในมังคุดมีวิตามินซี ช่วยในเรื่องของการบำรุงเหงือก และ ฟันให้แข็งแรง และด้านสุขภาพ มังคุดยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้เราปราศจากเชื้อไข้หวัด ระดับต่ำได้อีกด้วยค่ะ

ฝรั่ง ผลไม้เพื่อสุขภาพ

ฝรั่ง ผลไม้เพื่อสุขภาพ
ฝรั่ง มีผลสีเขียวที่ดูน่ารับประทาน แถมรสชาติก็หวาน กรอบอร่อย สามารถหาทานได้ทั่วไปตามท้องตลาด มีผลออกมาให้ทานเกือบทุกฤดู และมีราคาถูก สายพันธุ์ที่นิยมรับประทาน ได้แก่ ฝรั่งกิมจู ฝรั่งแป้นสีทอง และฝรั่งไร้เมล็ด เป็นต้น
ฝรั่ง เป็นที่นิยมรับประทานกันมาก เพราะ เป็นผลไม้ที่รวมคุณประโยชน์มากมาย ได้แก่ สารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยป้องกันหวัด เป็นแหล่งรวมวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีนี้จะสร้างคอลลาเจนที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสเปล่งปลั่ง และเป็นผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่าย กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากผลฝรั่งแล้ว ใบฝรั่งเองก็สามารถช่วยห้ามเลือด และใช้รักษาบาดแผลต่างๆ ได้ เช่น แผลผุพอง แผลที่เป็นหนอง แก้พิษเรื้อรัง หรือใช้ทาแก้ผื่นคัน รักษาอาการน้ำกัดเท้า แล้วยังช่วยในเรื่องของกลิ่นปาก โดยการนำใบฝรั่งสดๆ 3-5 ใบ นำมาเคี้ยวแล้วคายทิ้ง เพียงเท่านี้คุณก็พูดคุยกับคนรอบข้างได้อย่างมั่นใจเลยคะ
ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะลดความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนัก เพราะ เมื่อทานแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน โดยส่วนใหญ่คนจะชอบรับประทานฝรั่งจิ้มกับพริกเกลือ หรือนำไปทานกับสลักผัก แต่ถ้าบางคนไม่ชอบทานฝรั่งสด เราขอแนะนำให้ทำเป็นน้ำฝรั่งแทน โดยนำผลฝรั่งไปล้างน้ำเปล่า แล้วคว้านเม็ดออก จากนั้นนำไปปั่นในเครื่องแยกกากเพียงเท่านี้คุณก็ได้สารอาหารเหมือนกับทานผลฝรั่งสดๆ เลย ซึ่งน้ำฝรั่งนี้สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน รู้อย่างนี้แล้วหันมาทานฝรั่งกันเยอะๆ นะค่ะ

กล้วย ผลไม้มากประโยชน์

กล้วย ผลไม้มากประโยชน์
ผลไม้เพื่อสุขภาพอย่าง “กล้วย” หลายๆ คนนิยมปลูกไว้สวนหลังบ้าน เพราะ ปลูกง่าย แล้วยังสามารถใช้ประโยชน์จากต้นกล้วยได้อีกมากมาย สายพันธุ์ที่หาทานได้ง่าย ได้แก่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก และกล้วยเล็บมือนาง เป็นต้น เรามาดูประโยชน์ของกล้วยกันดีกว่า
1. เป็นตัวช่วยหนึ่งในยามเช้าที่เร่งรีบ เพราะ ในกล้วยมีสารโปรแตสเซียมปริมาณมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในระบบการทำงานของสมอง เช่น ช่วยให้สมองรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิในการทำงาน ลดอาการหงุดหงิดในยามเช้า และช่วงที่คุณผู้หญิงเป็นประจำเดือนได้
2. กล้วยมีเส้นใยและกากอาหารมาก จึงช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ลดกรดในกระเพาะอาหาร และช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้ เพราะในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินที่ช่วยรักษาแผลในกระเพาะของเรา โดยการนำกล้วยน้ำว้าดิบมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด เวลาทานให้ผสมกับน้ำผึ้งครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ทานก่อนอาหาร หรือก่อนเข้านอน
3. เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อเข้าฟิตเนส หรือซื้ออุปกรณ์กีฬาราคาแพง เพียงแค่คุณแทรกกล้วยเข้าไปในแต่ละมื้อ จะทำให้ลดปริมาณอาหารลง แต่สามารถอิ่มท้องได้เท่าเดิมเลย นอกจากลดน้ำหนักแล้วยังช่วยให้ผิงพรรณดูสดใสเปล่งปลั่งอีกด้วย
ถึงกล้วยจะมีหลายสายพันธุ์ แต่ก็อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พวกเราอยากจะชวนพวกคุณให้หันมาทานกล้วยกันเป็นประจำทุกวันนะคะ

ลิ้นจี่ ผลไม้ต้านโรค

ลิ้นจี่ ผลไม้ต้านโรค
ลิ้นจี่ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่สาวๆ ก็สามารถหาทานได้ง่าย เพราะ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีปลูกในประเทศไทย ซึ่งแหล่งเพาะปลูกมีอยู่ที่ภาคเหนือปริมาณมาก สายพันธุ์ของลิ้นจี่ที่นิยม ได้แก่ สายพันธุ์จักรพรรดิ กิมเจ็ง และ พันธุ์ฮงฮวย ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานถูกปากถูกใจของสาวๆ หลายคน เมื่อได้ทานจะรู้สึกสดชื่น และอารมณ์ดี
ในลิ้นจี่อุดมไปด้วยสารอาหาร ไม่ว่าจะวิตามินบี 1 บี 2 หรือแร่ธาตุต่างๆ แถมยังประโยชน์อีกมากมาย ดังนี้
1. เนื้อลิ้นจี่ มีสรรพคุณช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารที่ไม่ปกติ สามารถช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องเดิน และช่วยบำรุงม้ามอีกด้วย
2. เปลือกของลิ้นจี่ เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มชา มีส่วนในรักษาอาการหวัด อาการคัดจมูก แก้อาการไอเรื้อรัง รักษาอาการติดเชื้อในลำคอ การติดเชื้อไวรัส และช่วยรักษาอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
3. ในลิ้นจี่ มี “สารโพลีฟีนอล” จำนวนมากเป็นอันดับสองรองจาก สตรอวเบอร์รี่ แล้วยังมีมากกว่าองุ่นถึงร้อยละ 15 ซึ่งสารนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็งเต้านมให้กับคุณผู้หญิง และช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยนะ
นอกจากการทานลิ้นจี่แบบสดๆ แล้ว ยังมีการนำไปอบแห้ง และแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง เป็นการเพิ่มมูลค่าเพื่อนำส่งออก และเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และง่ายแก่การรับประทานอีกด้วย
รู้ประโยชน์ของลิ้นจี่แล้ว แบบนี้สาวๆ ต้องลองมาทานลิ้นจี่กันบ้างนะคะ แต่ควรในปริมาณที่พอเหมาะ หากทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ และควรเลือกทานผลไม้ที่หลากหลายมิฉะนั้นจะเกิดอาการที่กล่าวไว้นะจ๊ะ

มะขามกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ

มะขามกับสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ
มะขาม เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วยังเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพตัวจริงเลยก็ว่าได้ เพราะ มะขามมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว ลักษณะของมะขามจะเป็นฝักอ่อนๆ เนื้อมะขามมีสีน้ำตาล รสชาติมีทั้งแบบเปรี้ยวและหวานขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์
มะขาม อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็กที่ช่วยการสร้างเม็ดเลือด มีวิตามินซีช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งใบมะขามยังใช้เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง และช่วยขับลมในลำไส้ นอกจากนี้เปลือกของมะขามยังช่วยรักษาแผลสด แผลไฟไหม้ และแผลเบาหวาน ได้อีกด้วย
สาวๆ หลายคนจะชอบทานมะขามเปียกหรือมะขามอ่อนจิ้มทานกับเกลือ นอกจากการทานแบบนี้แล้ว มะขามยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอาหารได้ เช่น 1. แกงส้ม น้ำแกงจะใช้มะขามเป็นน้ำปรุงรส 2. ส้มตำ ใช้น้ำมะขามแทนน้ำมะนาว 3. กุ้งทอดซอสมะขาม นำเนื้อมะขามมาเคี้ยวปรุงรสแล้วใช้ราดบนกุ้งทอด และ 4.ใช้ทำน้ำพริกมะขามทานคู่กับผักสด เป็นต้น
เราพูดถึงความสวยจากภายในด้วยการทานไปแล้ว วันนี้เรามีวิธีบำรุงผิวพรรณภายนอกด้วยมะขามมาฝากสาวๆ ดังนี้ นำมะขามเปียกผสมน้ำอุ่นและนมสด มาถูตัวเบาๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออก สูตรนี้จะเหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาข้อศอก หรือหัวเข่าดำ เพราะ มะขามจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยกำจัดแบคทีเรียบนผิว สามารถรักษาผดผื่นได้ และสูตรสำหรับผิวหน้า ใช้มะขามผสมกับดินสอพอง พอกทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นล้างออก วิธีนี้จะช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใส แต่ขอเตือนสาวๆ ไว้ว่า มะขามมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถ้ารู้สึกแสบหน้าควรล้างออกทันทีนะคะ